หลายคนอาจคิดว่า “อายุเยอะแล้ว จะจัดฟันได้หรือเปล่า?” ความเป็นจริงแล้ว การจัดฟันไม่จำกัดอายุ แต่ขึ้นกับสภาพช่องปาก สุขภาพเหงือก และกระดูกรอบรากฟันเป็นหลัก หากยังมีสุขภาพฟันและกระดูกรองรับฟันที่แข็งแรง ก็สามารถจัดฟันได้ แม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม บทความนี้จะตอบคำถามหลาย ๆ ข้อที่ผู้สูงวัยมักสงสัยเกี่ยวกับการจัดฟัน พร้อมแนะนำขั้นตอนและวิธีการดูแลตัวเองหลังจัดฟัน

คนมีอายุจัดฟันได้ไหม จัดฟันได้ถึงอายุเท่าไหร่
- จัดฟันได้ไหม?
จัดฟันได้แน่นอน แม้ว่าจะอายุเยอะแล้วก็ตาม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไม่ใช่อายุ แต่คือ สุขภาพเหงือกและฟัน หากฟันยังแข็งแรง ไม่ได้เป็นโรคปริทันต์รุนแรงหรือไม่มีการละลายตัวของกระดูกรอบรากฟันมากจนเกินไป ก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้ - จัดฟันได้ถึงอายุเท่าไหร่?
ในทางปฏิบัติไม่ได้มีการกำหนดเพดานอายุไว้ว่าจัดฟันได้ถึงอายุเท่าไหร่ เช่น 50, 60 หรือ 70 ปี หากผู้ป่วยมีสภาพช่องปากดี เพียงพอต่อการเคลื่อนฟัน และมีสุขภาพโดยรวมดี ก็สามารถจัดฟันได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ
ทำไมคนอายุเยอะถึงควรจัดฟัน
- แก้ปัญหาฟันห่างหรือฟันล้ม
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนอาจถอนฟันไปนานแล้วและไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทน ทำให้เกิดช่องว่าง ฟันข้างเคียงมักล้มลงมาหรือฟันคู่สบยื่นยาวขึ้นไปจนถึงสันเหงือก จนเกิดปัญหาเคี้ยวอาหารไม่ได้หรือใส่ฟันปลอมได้ยาก การจัดฟันจะช่วยเรียงฟันให้ชิดกันและเปิดพื้นที่ให้ใส่ฟันปลอมได้ง่ายขึ้น - ช่วยลดปัญหาโรคเหงือกและโรคปริทันต์
ฟันที่ซ้อนเกหรือเอียงนั้นทำความสะอาดยาก ทำให้มีหินปูนสะสมง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ การจัดฟันเพื่อให้ฟันเรียงตัวดีขึ้นจะทำให้คนไข้ดูแลช่องปากได้ง่ายและลดโอกาสเกิดโรคเหล่านี้ - ช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจ
การมีฟันเรียงตัวสวยงามทำให้รอยยิ้มดูดี เพิ่มความมั่นใจ ยิ่งในวัยผู้ใหญ่ที่ต้องเจอผู้คนหรือเข้าสังคม การมีฟันที่เรียงตัวดีถือเป็นข้อได้เปรียบ
คนอายุเยอะจัดฟันแบบไหนดี
แม้คนอายุเยอะจะจัดฟันได้เหมือนวัยรุ่น แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละเคส เช่น
- จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces)
การจัดฟันแบบมาตรฐานที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนฟันที่ดี มีราคาถูก แต่มองเห็นได้ชัดว่ากำลังจัดฟันจึงทำให้บางคนไม่ชอบแบบนี้ - จัดฟันแบบใส (Clear Aligners)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงาม มองเห็นได้ยากว่ากำลังจัดฟันอยู่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเสียบุคลิก สามารถถอดออกตอนแปรงฟันหรือรับประทานอาหารได้ - จัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces)
เครื่องมือจัดฟันจะทำจากวัสดุเซรามิกที่มีสีใสหรือสีเหมือนฟัน ทำให้เห็นเครื่องมือจัดฟันยากกว่าโลหะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการยิ้ม - จัดฟันดามอน (Damon Braces)
เป็นการจัดฟันที่ไม่ใช้ยางรัด ทำให้ฟันเคลื่อนที่เร็วขึ้น จัดฟันเสร็จเร็วขึ้น และรู้สึกเจ็บน้อยลง
ขั้นตอนการจัดฟันของคนอายุเยอะ
- ตรวจสุขภาพช่องปากและ X-ray: ทันตแพทย์จะตรวจเหงือก กระดูกรองรับรากฟัน หากมีโรคปริทันต์หรือฟันผุ ต้องรักษาให้เรียบร้อยก่อน
- วางแผนรักษา: ทันตแพทย์จะวางแผนว่าจะรวบฟันที่ห่างเข้าใกล้กันหรือจะเปิดช่องว่างเพื่อใส่ฟันปลอม โดยพิจารณาจากสภาพกระดูกรอบรากฟันและลักษณะการสบฟัน
- ติดเครื่องมือจัดฟัน: หากเลือกจัดฟันแบบติดเครื่องมือ (Braces) ทันตแพทย์จะติดอุปกรณ์และเริ่มเคลื่อนฟันตามแผนการรักษา (หมายเหตุ: ในผู้สูงวัย ฟันจะเคลื่อนตัวช้ากว่าเด็ก เพราะกระดูกแข็งและเซลล์ต่างๆ ไม่ active เท่า)
- การนัดปรับเครื่องมือ: ทุก 4-6 สัปดาห์
- เก็บรายละเอียดและถอดเครื่องมือ: เมื่อฟันเรียงตัวตามต้องการแล้ว ทันตแพทย์จะถอดเครื่องมือจัดฟันออกและให้คนไข้ใส่รีเทนเนอร์ (Retainer) เพื่อรักษาตำแหน่งของฟันให้คงตัวต่อไป
การดูแลตัวเองของคนมีอายุหลังจัดฟัน
- รักษาความสะอาดช่องปากอย่างเคร่งครัด
ใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟัน หรือใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ไม้จิ้มฟันซอกฟันไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปาก - พบทันตแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ
เพื่อติดตามผลการจัดฟันและสุขภาพเหงือก - ระวังอาหารแข็งหรือเหนียว
หากจำเป็นต้องรับประทาน ควรหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือเคี้ยวด้วยความระมัดระวัง
คนอายุเยอะหลังจัดฟันกินอะไรได้บ้าง
ในช่วงแรกหลังปรับเครื่องมือ อาจรู้สึกปวดตึงฟัน ควรเลือกอาหารที่นุ่มหรือเคี้ยวง่าย เช่น
- อาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป
- ผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น กล้วย มะม่วงสุก
- อาหารที่หั่นชิ้นเล็ก หรือนุ่ม
เมื่ออาการเจ็บลดลง จึงค่อยกลับมารับประทานอาหารตามปกติ แต่ให้ระมัดระวังอาหารแข็ง เหนียว หรือติดฟันง่าย เพราะอาจทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหาย เช่น เครื่องมือจัดฟันหลุด ลวดหลุด ยางหลุด เป็นต้น
คนมีอายุจัดฟัน ต้องถอนฟันไหม
- ไม่จำเป็นต้องถอนฟันทุกราย
การถอนฟันขึ้นอยู่กับแผนการรักษา ถ้าต้องมีการเปิดช่องเพื่อเคลื่อนฟันให้เข้าที่ แก้ปัญหาฟันเรียงไม่เป็นระเบียบ หรือต้องเว้นช่องให้ใส่ฟันปลอม กรณีนี้อาจต้องถอนฟันซี่ที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ - ในผู้สูงวัยที่ถอนฟันไว้แล้ว
ทันตแพทย์อาจวางแผนขยับฟันเพื่อปรับตำแหน่ง โดยเฉพาะช่องที่ฟันหายไปนานแล้ว ฟันข้างเคียงและฟันคู่สบอาจยื่นออกมาทำให้ใส่ฟันปลอมลำบาก - ต้องตรวจสุขภาพเหงือกและกระดูกรอบรากฟัน
หากพบว่าเหลือกระดูกรองรับรากฟันเพียงครึ่งเดียวหรือมีปัญหาโรคปริทันต์มากเกินไป ทันตแพทย์อาจพิจารณาว่าไม่ควรจัดฟัน เพราะการจัดฟันจะยิ่งทำให้ฟันโยกมากขึ้น
สรุป
การจัดฟันในผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องแปลก และสามารถทำได้หากสุขภาพช่องปากพร้อม ไม่มีโรคปริทันต์รุนแรง กระดูกรอบๆ รากฟันยังแข็งแรง และผู้ป่วยเองมีวินัยในการดูแลตัวเอง การจัดฟันในวัยนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาฟันห่าง ฟันเอียง ปรับให้ฟันเรียงตัวสวยงาม ลดปัญหาเหงือก และยังช่วยเตรียมช่องว่างสำหรับใส่ฟันปลอมได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือ ควรพบและปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน เพื่อวางแผนรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็สามารถกลับมามีรอยยิ้มที่สวยงามและสุขภาพช่องปากที่ดีได้อีกครั้ง แม้อายุจะมากแล้วก็ตาม
