การเกลารากฟัน (Root Planing) คือ การทำความสะอาดฟันบริเวณใต้เหงือกเพื่อกำจัดคราบพลัค หินปูน และจุลินทรีย์ ที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาเช่น เหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ ฟันไม่แข็งแรง
การเกลารากฟันโดยส่วนใหญ่ต้องทำร่วมกับการฉีดยาชาด้วย และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกลารากฟันคือ คิวเรตต์ (Curette) และซิกเกล (Sickle) ที่เป็นเหล็กรูปทรงโค้งเพื่อใช้ขูดหินปูนออก รวมถึงเครื่องขูดหินปูนอย่าง Air Scalers ที่ใช้ขูดหินปูนด้วยแรงสั่นสะเทือน ช่วยลดแรงกดเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากขึ้น


เกลารากฟันกับขูดหินปูนต่างกันอย่างไร
การเกลารากฟันกับการขูดหินปูน แตกต่างกันตรงความลึกในการขูดหินปูน ร่องเหงือกที่ลึกเกิดจากการถูกทำลายโดยเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์อักเสบ
การขูดหินปูนจะทำการขูดบริเวณเหนือเหงือก หรืออยู่ในช่วง 2-4 มิลลิเมตรใต้เหงือก หากลึกไปกว่านั้นจะเรียกว่าการเกลารากฟัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการวัดร่องความลึกเหงือกคือ probe

ขั้นตอนการเกลารากฟัน
- ทันตแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพช่องปาก ถ่ายภาพ X-ray และประเมินระดับความรุนแรงของโรค
- ทำความสะอาดช่องปากและขูดหินปูนบนตัวฟันและขอบเหงือกออกก่อน
- ฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่จะทำการเกลารากฟัน เพื่อลดอาการเจ็บปวด การรักษารากฟันมักไม่สามารถทำเสร็จได้ในครั้งเดียว เพราะเป็นงานที่ละเอียดและยากที่จะกำจัดหินปูนที่อยู่ใต้เหงือก
- ในบางกรณี ทันตแพทย์อาจต้องผ่าตัดเปิดเหงือกเพื่อเข้าถึงรากฟันลึกๆ
- ทำความสะอาดช่องปาก ล้างแผล และอาจเย็บปิดแผลในบางกรณี
- นัดติดตามผลเพื่อตรวจดูแผลเป็นประจำทุก 3-6 เดือน ประเมินผลการรักษา และทำความสะอาดช่องปากเพิ่มเติม
- หากสุขภาพเหงือกดีขึ้น เหงือกจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง อาการเลือดออกจะลดลงและหายไป ร่องลึกปริทันต์ก็จะน้อยลงด้วย หากทุกอย่างดีขึ้นก็จะเหลือเพียงแค่การขูดหินปูนเท่านั้น ไม่ต้องเกลารากฟันอีกต่อไป
เกลาเป็นซี่หรือเกลาทั้งปากดี
การเกลารากฟันจะเกลาทั้งปากหรือเกลาเฉพาะซี่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาสุขภาพฟันจากทันตแพทย์ ดังนี้
- ระดับความรุนแรงของโรคปริทันต์:
- หากมีหินปูนสะสมใต้เหงือกทั่วทั้งปาก: แนะนำให้เกลารากฟันทั้งปาก เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค
- หากมีหินปูนสะสมเฉพาะบางซี่: ทันตแพทย์อาจเกลาเฉพาะซี่ที่จำเป็น
- หากต้องเกลารากฟันหลายซี่ สามารถทยอยทำเป็นรอบๆ ได้ไม่ต้องเกลาทั้งปากในครั้งเดียว
- สุขภาพช่องปากโดยรวม:
- กรณีที่มีสุขภาพช่องปากดี: เกลาเฉพาะซี่ที่มีปัญหา
- กรณีที่มีสุขภาพช่องปากไม่ดี: แนะนำให้เกลารากฟันทั้งปาก เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ
- ความต้องการของคนไข้:
- ต้องการรักษาให้หายขาด: แนะนำให้เกลารากฟันทั้งปาก
- ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย: ทันตแพทย์อาจเกลาเฉพาะซี่ที่มีปัญหา
- ระยะเวลาในการรักษา:
- เกลารากฟันทั้งปาก: ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
- เกลารากฟันเฉพาะซี่: ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีต่อซี่
ข้อดีของการเกลารากฟัน
การเกลารากฟันมีข้อดีหลายประการในการบำรุงรักษาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ ข้อดีของการเกลารากฟัน ได้แก่
- ลดการอักเสบของเหงือก: การกำจัดคราบหินปูนและแบคทีเรียข้างใต้เหงือกช่วยลดการอักเสบและบวมของเหงือก ทำให้เหงือกกลับมามีสุขภาพดี
- ป้องกันการสูญเสียฟัน: โรคปริทันต์ที่ไม่ได้รับการรักษาสามารถทำให้สูญเสียฟันได้ การเกลารากฟันช่วยลดความเสี่ยงนี้โดยการกำจัดสาเหตุหลักของโรค
- ลดการติดเชื้อ: โดยการกำจัดคราบพลัคและแบคทีเรียออกจากซอกฟันและใต้เหงือก การเกลารากฟันช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในเนื้อเยื่อรอบฟัน
- ลดกลิ่นปาก: แบคทีเรียที่สะสมใต้เหงือกเป็นหนึ่งในสาเหตุของกลิ่นปาก การเกลารากฟันช่วยลดกลิ่นปากโดยการกำจัดแหล่งกำเนิดของกลิ่น
- ทำให้เหงือกแนบชิดกับฟันมากขึ้น: การเกลารากฟันช่วยให้เหงือกสามารถแนบกับฟันได้ดีขึ้นโดยการลดความลึกของร่องระหว่างฟันกับเหงือก
- ปรับปรุงคุณภาพชีวิต: ด้วยการลดปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ และกลิ่นปาก คนไข้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อพูดคุยหรือยิ้มกับคนอื่น
- ช่วยให้ดูแลฟันที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น: หลังการเกลารากฟัน การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันที่บ้านจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากมีการลดปริมาณคราบและหินปูนที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำความสะอาดฟันไปแล้ว
เกลารากฟัน ราคาเท่าไหร่
ราคาการเกลารากฟันและขูดหินปูนเป็นดังนี้
| หัตถการ (Procedure) | ราคา (บาท) |
| ขูดหินปูนปกติ (Cleaning, Scaling & Polishing) ฟรีเคลือบฟลูออไรด์ ( Free Fluoride apply ) | 900 |
| ขูดหินปูนสำหรับเหงือกอักเสบ ( Gingivitis treatment ) ฟรีเคลือบฟลูออไรด์ ( Free Fluoride apply ) | 1,500 |
| เกลารากฟันรักษาโรคปริทันต์ ขึ้นกับจำนวนซี่ฟัน ( Periodontitist treatment depend on tooth number ) | 900-8,000 |
| ขัดคราบที่ผิวฟันด้วย airflow ( remove stain with airflow ) | 600 |
วิธีการดูแลรักษาหลังเกลารากฟัน
วิธีการดูแลรักษาหลังเกลารากฟัน เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีกมีดังนี้
- รักษาความสะอาดช่องปาก แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยใช้แปรงขนนุ่ม และยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดซอกฟัน และใช้น้ำยาบ้วนปาก
- ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจดูว่ามีหินปูนสะสมใหม่หรือไม่
- งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ
- ลดการทานอาหารหวาน ของเหนียว และอาหารที่มีรสจัด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังเกลารากฟัน
อาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย มีดังนี้
- อาการเสียวฟัน: อาการเสียวฟันมักเกิดขึ้นหลังการเกลารากฟัน และจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการใช้ยาสีฟันสำหรับบรรเทาอาการเสียวฟัน
- เลือดออก: อาจจะมีเลือดออกเล็กน้อยหลังการเกลารากฟัน เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ต้องกังวล สามารถกัดผ้าก๊อซและบ้วนน้ำเกลือได้
- ฟันโยก: หากเป็นคนไข้ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่แล้ว หลังการเกลารากฟัน จะยิ่งรู้สึกว่าฟันโยก แต่ฟันจะค่อยๆ แน่นขึ้นเมื่อเหงือกขยับเข้ามาชิดติดฟันมากขึ้น
- ร่องระหว่างฟันกับเหงือกจะยังกว้างอยู่: ให้ค่อยๆ แปรงฟัน เลี่ยงยาสีฟันกลุ่ม whitening
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเกลารากฟัน
เกลารากฟัน แล้วปวดมากทำไงดี
หากมีอาการปวดมากหลังเกลารากฟัน แนะนำให้ทำดังนี้
- ทานยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์สั่ง เช่น พาราเซตามอล หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน
- ประคบเย็นบริเวณที่ปวด 15-20 นาที สลับกับพัก 20 นาที ทำซ้ำ 2-3 วัน
- บ้วนน้ำเกลืออุ่นๆ วันละ 3-4 ครั้ง เพื่อลดอาการอักเสบ
- รับประทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง กรอบ หรือร้อนจัด เพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อบริเวณที่ได้รับการรักษา
- หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารบริเวณที่เกลารากฟัน
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
- แจ้งอาการปวดให้ทันตแพทย์ทราบ เพราะสาเหตุที่ทำให้ปวดมากมีได้หลายอย่าง เช่น การติดเชื้อ รากฟันแตก ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
ขูดหินปูนแล้วไม่เกลารากฟันได้ไหม
หากตรวจพบแล้วว่ามีหินปูนอยู่ลึกลงไปในเหงือก แต่เลือกที่จะขูดหินปูนอย่างเดียวโดยไม่ทำการเกลารากฟัน การทำแบบนี้จะทำให้เหงือกบวม เพราะการขูดหินปูนคือการกำจัดคราบหินปูนส่วนบนออกไป แต่ถ้าคนไข้มีคราบหินปูนอยู่ด้านล่างด้วย เมื่อทำความสะอาดด้านบนเสร็จเหงือกด้านบนก็จะปิดแนบไปกับตัวฟันทั้งๆ ที่ยังมีคราบสกปรกของหินปูนด้านล่างอยู่ ด้านล่างก็จะอักเสบทั้งๆ ที่เหงือกด้านบนปิดไปแล้ว ทำให้เป็นหนองได้ง่าย
เกลารากฟัน เจ็บไหม
ระหว่างการเกลาจะไม่เจ็บเพราะจะมีการฉีดยาชาบริเวณที่ทำ อย่างไรก็ตามเมื่อยาชาหมดฤทธิ์จะมีอาการเจ็บซึ่งมักหายไปเองหลัง 2-3 วัน โดยอาการเจ็บจะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้
- คนที่มีเหงือกอักเสบหรือเป็นโรคปริทันต์ จะรู้สึกเจ็บมากกว่าคนที่มีเหงือกสุขภาพดี
- คนที่มีร่องเหงือกลึกจะรู้สึกเจ็บมากกว่าคนที่มีร่องเหงือกตื้น
- ประสบการณ์และทักษะของทันตแพทย์
เกลารากฟัน กี่วันหายปวด
อาการปวดอาจหายได้ภายใน 2-3 วัน ส่วนอาการเสียวฟันมักหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
เกลารากฟัน กินข้าวได้ไหม
สามารถรับประทานข้าวได้ปกติ แต่ควรเน้นรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ไม่ร้อน ไม่เย็น ประมาณ 2-3 วันไปก่อนเพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง หลีกเลี่ยงอาหารหรือขนมที่กรอบ อย่างขนมปังกรอบ หรืออาหารที่เป็นเม็ดเล็กๆ ที่เสียงกับการไปตกค้างในร่องเหงือก
อาหารที่แนะนำเช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป แกงจืด ผลไม้เนื้ออ่อน เป็นต้น
ต้องเกลารากฟัน กี่ครั้ง
จำนวนครั้งในการเกลารากฟัน (Root planing) ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคปริทันต์ (Periodontal disease) และสภาพโดยรวมของเหงือกและฟันของผู้ป่วย โดยทั่วไป การรักษาจะต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้ง โดยแบ่งการรักษาออกเป็นหลายๆ รอบ เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายและให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการฟื้นตัวระหว่างการรักษา ส่วนมากความถี่จะอยู่ที่ 2 ครั้งต่อปี แต่หากคนไข้มีอาการโรคปริทันต์มาก อาจต้องเกลารากฟันทุก 3-4 เดือน
เกลารากฟัน เบิกประกันสังคมได้ไหม
เกลารากฟันไม่สามารถเบิกประกันสังคมได้
เกลารากฟันหลังจัดฟันได้ไหม
ควรเกลารากฟันและรักษาโรคปริทันต์ให้เสร็จก่อนจึงค่อยจัดฟัน เพราะโรคปริทันต์จะทำลายอวัยวะปริทันต์ซึ่งรวมถึงเหงือก เอ็นยึดฟัน กระดูกเบ้าฟัน เคลือบรากฟัน ผิวรากฟัน หากอวัยวะเหล่านี้ถูกทำลายฟันก็โยกง่าย ไม่มั่นคง จัดฟันไปก่อนก็ไม่มีประโยชน์อะไร
