เคลือบหลุมร่องฟัน คืออะไร ราคาเท่าไหร่ เจ็บไหม

การเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant) คือ การป้องกันฟันผุด้วยการใช้วัสดุทันตกรรมชนิดพิเศษเคลือบบริเวณหลุมและร่องลึกของฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนด้านบดเคี้ยวของฟันกรามแท้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูงเนื่องจากทำความสะอาดได้ยาก วัสดุเคลือบหลุมร่องฟันจะแทรกเข้าไปอุดในร่องลึกของฟัน สร้างเป็นชั้นป้องกันเพื่อกันไม่ให้แบคทีเรียและเศษอาหารเข้าไปสะสมในร่องฟันนั้นได้

การทำเคลือบหลุมร่องฟันเหมาะสำหรับทุกคน แต่แนะนำให้ทำในเด็กและวัยรุ่นที่ฟันแท้เพิ่งขึ้นมาใหม่ รวมถึงผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดฟันผุ การเคลือบหลุมร่องฟันเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับจากทันตแพทย์ในการป้องกันฟันผุอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่าในระยะยาวอีกด้วย

เคลือบหลุมร่องฟัน ก่อน-หลัง

สารบัญ

ประโยชน์ของการเคลือบหลุมร่องฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant) มีประโยชน์หลักในการป้องกันฟันผุ โดยเฉพาะบริเวณหลุมและร่องลึกของฟันกราม ซึ่งเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดฟันผุได้ง่ายเพราะแปรงฟันทำความสะอาดได้ยาก เมื่อทันตแพทย์ทำการเคลือบหลุมร่องฟันแล้ว วัสดุเคลือบจะเข้าไปอุดและปิดผนึกร่องฟันไม่ให้อาหารและแบคทีเรียเข้าไปสะสมในร่องฟันได้ ช่วยลดการเกิดคราบจุลินทรีย์ (Dental Plaque) บนผิวฟัน

งานวิจัยทางทันตกรรมยืนยันว่าการเคลือบหลุมร่องฟันสามารถป้องกันฟันผุได้ถึง 80% ในช่วง 2 ปีแรกหลังจากทำการเคลือบ และวัสดุเคลือบจะยังคงอยู่ได้นานหลายปี ดังนั้นการเคลือบหลุมร่องฟันจึงเป็นมาตรการป้องกันฟันผุระยะยาวที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความจำเป็นในการอุดฟันหรือรักษาฟันผุในอนาคต ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาวได้

วัสดุที่ใช้ในการเคลือบหลุมร่องฟัน

วัสดุเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant Material) ที่ใช้กันโดยทั่วไปมี 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. เรซิน (Resin-based Sealant): เป็นวัสดุเคลือบชนิดที่นิยมใช้มากที่สุด มีส่วนประกอบของ Bis-GMA (Bisphenol A-Glycidyl Methacrylate) และ TEGDMA (Triethylene Glycol Dimethacrylate) มีลักษณะใสเหมือนพลาสติก จึงมีความสวยงามเข้ากับสีฟันธรรมชาติ และมีคุณสมบัติในการไหลแผ่เข้าไปในร่องฟันได้ดี แต่อาจมีราคาแพงกว่าแบบแก้วไอโอโนเมอร์ และต้องใช้เทคนิคที่พิถีพิถันในการเตรียมผิวฟันก่อนเคลือบ
  2. แก้วไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer Sealant): วัสดุเคลือบชนิดนี้มีส่วนผสมของผงแก้วและกรดพอลิอะคริลิก (Polyacrylic Acid) เป็นสารยึดติดกับโครงสร้างฟัน วัสดุชนิดนี้มีข้อดีคือสามารถปลดปล่อยฟลูออไรด์ (Fluoride Release) ออกมาเพื่อป้องกันฟันผุเพิ่มเติมได้ และไม่จำเป็นต้องแยกน้ำลายออกจากตัวฟันอย่างเคร่งครัดขณะทำ แต่อาจมีความทนทานน้อยกว่าและมีสีขาวขุ่นทำให้ดูไม่กลมกลืนกับฟันธรรมชาติเท่าเรซิน

นอกจากนี้ยังมีวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันชนิดที่มีส่วนผสมของเรซินและแก้วไอโอโนเมอร์รวมอยู่ด้วย เรียกว่า เรซินเมอร์ไอโอโนเมอร์ (Resin-modified Glass Ionomer Sealant) ซึ่งผสมข้อดีของวัสดุทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้เลือกชนิดของวัสดุเคลือบให้เหมาะสมตามลักษณะสภาพฟันและความต้องการของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล

ขั้นตอนการเคลือบหลุมร่องฟัน

ทันตแพทย์ทำการเคลือบหลุมร่องฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant) เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาไม่นานประมาณ 30-45 นาที ไม่ต้องใช้ยาชา ไม่เจ็บและไม่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไข้มากนัก จึงเหมาะสำหรับการทำในเด็กเล็ก โดยทันตแพทย์จะทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ทำความสะอาดและเตรียมผิวฟัน: ขัดทำความสะอาดสิ่งสกปรกและคราบจุลินทรีย์บนตัวฟัน เพื่อให้ผิวฟันแห้งและสะอาด พร้อมสำหรับการเคลือบหลุมร่องฟัน
  2. ใช้อุปกรณ์แยกน้ำลายออกจากตัวฟัน เช่น แผ่นยางกันน้ำลาย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำลายไหลมาสัมผัสกับวัสดุเคลือบ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการยึดติดลดลง
  3. ใช้กรดกัดผิวฟันเพื่อให้ฟันมีรูพรุน แล้วจึงล้างกรดออกและทำให้แห้งอีกทีหนึ่ง
  4. ใส่วัสดุเคลือบลงในร่องฟัน: ทันตแพทย์จะใช้หลอดฉีดยาหรือหัวแปรงเล็กๆ ค่อยๆ ทาวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันใส่ลงในร่องลึกของฟันให้ทั่ว โดยไม่ให้เกิดฟองอากาศ
  5. ฉายแสงให้วัสดุแข็งตัว: ใช้เครื่องฉายแสงส่องไปยังวัสดุเคลือบ เพื่อกระตุ้นให้วัสดุแข็งตัวและยึดติดแน่นกับผิวฟัน
  6. ตรวจสอบการสบฟัน: ให้ผู้ป่วยกัดสบฟันเพื่อตรวจการสบฟันและความหนาของวัสดุเคลือบ หากสบสูงให้กรอแต่งวัสดุเคลือบผิวฟัน ตรวจดูว่าไม่มีฟองอากาศในเคลือบหลุมร่องฟัน
  7. เข้ารับการตรวจเป็นระยะๆ ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจสอบว่าวัสดุยังยึดติดดีหรือไม่ หากมีการหลุดให้เคลือบซ้ำ หากมีการผุต้องรักษาด้วยการบูรณะฟันที่เหมาะสมก่อน

ข้อควรทราบหลังการเคลือบหลุมร่องฟัน

หลังจากทำการเคลือบหลุมร่องฟัน (Dental Sealant) แล้ว ผู้ป่วยควรทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวและการดูแลรักษาฟันที่ได้รับการเคลือบ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้มหลังทำเคลือบ: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรเลี่ยงการทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสีของวัสดุเคลือบได้ โดยเฉพาะวัสดุเคลือบชนิดเรซินที่มีสีใส
  • วัสดุเคลือบอาจมีการสึกและหลุดได้ แม้ว่าวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันจะมีความคงทนถึง 5-10 ปี แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดการสึกกร่อนและหลุดออกได้ตามการใช้งาน โดยเฉพาะวัสดุแก้วไอโอโนเมอร์ที่มักมีอายุการใช้งานสั้นกว่าแบบเรซิน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมวัสดุเคลือบเป็นระยะ
  • คนไข้บางรายอาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยเมื่อได้รับความเย็นหรือความร้อนหลังจากทำการเคลือบ ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน หากอาการเสียวฟันยังมีอยู่เกิน 1 สัปดาห์ ควรกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คอีกครั้ง

การดูแลรักษาและอายุการใช้งานของวัสดุเคลือบหลุมร่องฟัน

โดยปกติแล้วการเคลือบหลุมร่องฟันจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของคนไข้เองด้วย

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งาน

  • ไม่ควรเคี้ยวของแข็ง เช่น น้ำแข็ง ลูกอมแข็งๆ ถั่วแข็ง หรือใช้ฟันผิดวัตถุประสงค์เช่นใช้ฟันเปิดฝาขวดเบียร์ พฤติกรรมเหล่านี้สามารถทำให้วัสดุอุดฟัน บิ่น แตก หรือหลุดได้
  • การนอนกัดฟัน ทำให้วัสดุสึกกร่อนและเสื่อมสภาพได้เร็วเช่นกัน
  • ชนิดของวัสดุที่ใช้ในการเคลือบหลุมร่องฟัน ปกติแล้ววัสดุเรซินจะมีความแข็งแรงกว่ากลาสไอโอโนเมอร์
  • การแปรงฟันให้ถูกวิธีก็จะช่วยให้วัสดุคงสภาพไว้ได้นานเช่นกัน เพราะหากมีคราบหินปูนเกาะตรงขอบวัสดุก็สามารถทำให้เกิดการรั่วซึมและเกิดฟันผุข้างใต้เคลือบหลุมร่องฟันได้

สัญญาณเตือนเมื่อวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันหลุดหรือเสียหาย

สัญญาณต่อไปนี้สามารถบอกได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเคลือบหลุมร่องฟัน

  • เมื่อใช้ลิ้นไปแตะตรงบริเวณนั้นแล้วพบว่าจากที่เคยเรียบ กลับขรุขระหรือมีความไม่เรียบเกิดขึ้น
  • มองเห็นด้วยตาว่าวัสดุบิ่น แตก หรือหายไป
  • มีอาการเสียวฟัน แปลว่าวัสดุมีการรั่วซึมทำให้น้ำหรือเศษอาหารเข้าไปสัมผัสกับเนื้อฟันข้างใต้

ใครควรเคลือบหลุมร่องฟัน อายุเท่าไหร่ควรเคลือบหลุมร่องฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟันจะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อทำในกลุ่มคนต่อไปนี้

  • เด็กและวัยรุ่นที่ฟันแท้ขึ้นใหม่: เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6-7 ปีที่ฟันกรามแท้ซี่แรก ขึ้นพ้นเหงือกแล้ว และเด็กอายุ 11-13 ปีเมื่อฟันกรามแท้ซี่ที่สอง ขึ้นมา เพราะเป็นช่วงที่ฟันมีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง และเด็กมักจะแปรงฟันไม่สะอาดเท่าที่ควร
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง: บุคคลที่มีประวัติฟันผุบ่อยๆ มีฟันผุหลายซี่ หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อฟันผุ เช่น ทานของหวาน หรือดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ จะได้รับประโยชน์จากการเคลือบหลุมร่องฟันเป็นพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดฟันผุเพิ่มเติม
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างฟันหรือระบบน้ำลาย: บุคคลที่มีสภาวะบางอย่างซึ่งส่งผลให้ฟันมีหลุมร่องลึกผิดปกติ เช่น มีความผิดปกติของการสร้างและการไหลของน้ำลาย จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดฟันผุ จึงควรพิจารณาเคลือบหลุมร่องฟันเพื่อเสริมการป้องกัน
  • ผู้ที่จัดฟันด้วยเครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น: ผู้ที่ต้องจัดฟันโดยใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่น จะแปรงฟันทำความสะอาดได้ยากลำบากกว่าปกติ จึงควรเคลือบหลุมร่องฟัน เพื่อป้องกันฟันผุระหว่างการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน

เคลือบหลุมร่องฟันในเด็กเล็กและฟันน้ำนม จำเป็นหรือไม่?

บางคนอาจมีความเชื่อว่าฟันน้ำนมไม่สำคัญเท่าฟันแท้ เพราะอย่างไรก็ต้องหลุดไป แต่จริงๆ แล้ว สุขภาพของฟันน้ำนมส่งผลต่อฟันแท้ที่จะขึ้นมาในอนาคต การเคลือบหลุมร่องฟันในฟันน้ำนมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง

ความสำคัญของการป้องกันฟันน้ำนมผุ

  • ทำหน้าที่กันพื้นที่สำหรับฟันแท้: ฟันน้ำนมที่แข็งแรงจะช่วยรักษาระยะพื้นที่ที่เหมาะสมไว้ให้ฟันแท้ขึ้นมาเรียงตัวได้อย่างเป็นระเบียบ หากต้องถอนฟันน้ำนมที่ผุออกไปก่อนเวลาอันควร จะทำให้ฟันซี่ข้างๆ ล้มลงมาในช่องว่างฟันที่ถอนออกไป ทำให้ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่งหรือขึ้นมาเป็นฟันซ้อนเก
  • ป้องกันการติดเชื้อ: ฟันน้ำนมที่ผุลึกจนถึงโพรงประสาทฟันจะทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบเป็นหนองที่ปลายรากฟัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหน่อฟันแท้ที่กำลังเจริญเติบโตอยู่ข้างใต้ได้
  • ช่วยในการบดเคี้ยวและออกเสียง: ฟันน้ำนมที่สมบูรณ์จะทำให้เด็กๆ เคี้ยวอาหารได้ดี ส่งผลดีต่อโภชนาการและการเจริญเติบโต รวมถึงการพูดออกเสียงได้ชัดเจนด้วย

ฟันน้ำนมซี่ไหนที่ควรเคลือบหลุมร่องฟัน

ฟันน้ำนมที่แนะนำให้เคลือบหลุมร่องฟันคือ ฟันกรามน้ำนม (Primary Molars) เนื่องจากเป็นฟันที่มีหลุมและร่องลึกบนด้านบดเคี้ยวเหมือนกับฟันกรามแท้ ทำให้เศษอาหารและคราบจุลินทรีย์เข้าไปติดได้ง่าย และเป็นตำแหน่งที่การแปรงฟันไม่สะอาดพอ

เคลือบหลุมร่องฟันในผู้ใหญ่ ป้องกันฟันผุได้จริงหรือ?

การเคลือบหลุมร่องฟันไม่ได้มีประโยชน์แค่ในเด็กเท่านั้น แต่ในผู้ใหญ่เองก็มีประโยชน์มากเช่นกัน  โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง

กรณีไหนที่ผู้ใหญ่ควรพิจารณาเคลือบหลุมร่องฟัน

  • คนที่มีหลุมร่องฟันลึกแต่กำเนิด: ผู้ใหญ่บางคนมีลักษณะร่องฟันที่ลึกมาตั้งแต่เกิด ทำให้ทำความสะอาดยาก แม้จะไม่มีประวัติฟันผุก็ตาม การเคลือบไว้จะช่วยลดความเสี่ยง
  • คนที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุสูง: เช่น คนที่มีภาวะปากแห้ง (Xerostomia) จากยาหรือโรคประจำตัว ซึ่งทำให้น้ำลายซึ่งเป็นตัวช่วยชะล้างในช่องปากมีน้อยลง หรือคนที่มีประวัติฟันผุบ่อยๆ
  • คนที่กำลังจัดฟันแบบติดเครื่องมือ: เครื่องมือจัดฟันทำให้การทำความสะอาดฟันทำได้ยาก การเคลือบหลุมร่องฟันก่อนติดเครื่องมือจะช่วยป้องกันฟันผุระหว่างการจัดฟันได้
  • ฟันกรามซี่สุดท้าย (ฟันคุด) ที่ขึ้นมาเต็มซี่: ในกรณีที่ฟันคุดขึ้นมาได้เต็มซี่และใช้งานได้ปกติ แต่มีร่องฟันที่ลึกและอยู่ในตำแหน่งที่ทำความสะอาดยาก การเคลือบหลุมร่องฟันก็เป็นทางเลือกที่ดี

เคลือบหลุมร่องฟัน เจ็บไหม

เคลือบหลุมร่องฟัน ไม่เจ็บ เพราะเป็นกระบวนการที่ทำเพียงบนผิวฟัน ไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างในหรือโพรงประสาทฟัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาและไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด หลังทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที

เคลือบหลุมร่องฟัน ราคาเท่าไหร่

ที่ MOS Dental Clinic ราคาเคลือบหลุมร่องฟันอยู่ที่ 550 บาท

เคลือบหลุมร่องฟัน กับ อุดฟัน ต่างกันยังไง

เคลือบหลุมร่องฟันเป็นการป้องกันฟันผุในฟันที่ยังไม่ผุ โดยการเคลือบวัสดุลงในหลุมร่องฟัน ใช้เวลาน้อย ไม่เจ็บ และไม่ต้องกรอฟัน ส่วนอุดฟันเป็นการรักษาฟันที่ผุแล้ว โดยการอุดวัสดุลงในรูฟันผุ ใช้เวลามากกว่า อาจเจ็บและต้องกรอฟัน ทั้งสองวิธีมีประโยชน์ในการดูแลสุขภาพฟันตามความเหมาะสมกับสภาพฟันของแต่ละคน

เคลือบหลุมร่องฟัน vs. เคลือบฟลูออไรด์ ต่างกันยังไง?

การเคลือบหลุมร่องฟัน คือการนำวัสดุไปอุดในร่องฟันกราม ซึ่งเป็นจุดที่แปรงฟันได้ลำบาก วัสดุที่เอาไปอุดจะทำหน้าที่ไม่ให้เศษอาหารหรือแบคทีเรียตกลงไปในร่องฟันได้ (เพราะเราอุดช่องนั้นไปแล้ว ไม่มีหลุมอีกต่อไป)
การเคลือบฟลูออไรด์ คือการเอาฟลูออไรด์ไปทาบนผิวฟันทุกด้านเพื่อให้ฟลูออไรด์ซึมเข้าไปในฟัน ทำให้เคลือบฟันแข็งแรงทนทานต่อกรดที่เกิดจากแบคทีเรียเวลาแบคทีเรียย่อยอาหารที่เราทานเข้าไป

ดังนั้นจริงๆ คือควรทำคู่กัน ทั้งการเคลือบหลุมร่องฟันและการเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อให้ฟันสมบูรณ์แข็งแรง

ตารางเปรียบเทียบ: เคลือบหลุมร่องฟัน vs. เคลือบฟลูออไรด์

คุณสมบัติ เคลือบหลุมร่องฟัน (Sealant) เคลือบฟลูออไรด์ (Fluoride Varnish)
บริเวณที่ทำ เฉพาะหลุมและร่องลึกบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม ทาบนผิวฟันทุกซี่ ทุกด้าน
กลุ่มเป้าหมายหลัก เด็กที่ฟันกรามแท้เพิ่งขึ้น และคนที่มีร่องฟันลึก ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง
ความถี่ในการทำ ทำครั้งเดียว อยู่ได้นานหลายปี (ตรวจเช็กทุก 6 เดือน) แนะนำให้ทำซ้ำทุก 3-6 เดือน
ลักษณะการป้องกัน ป้องกันแบบเฉพาะจุด ป้องกันฟันทั้งซี่เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ฟันทั้งปาก

บทความนี้ตรวจสอบโดย

Adisorn Hanworawong

ทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Master in Implant Dentistry (gIDE/UCLA CA. USA.)
วท.ม. สาขาวิทยาการแพทย์ (วิศวกรรมเนื้อเยื่อ)
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประกาศนียบัตร อบรมหลักสูตรจัดฟัน Fellowship of Indian Academy of Orthodontics
Invisalign Cert., Invisalign provider

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้เหล่านี้มีไว้เพื่อช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปวิเคราะห์และใช้ในการพัฒนาปรับปรุงเนื้อหา บริการ และการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับคุณ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกและจะถูกเก็บเป็นความลับ

บันทึกการตั้งค่า