เคลือบฟลูออไรด์ คือ วิธีการป้องกันฟันผุด้วยการทาสารละลายฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูงลงบนผิวฟัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเคลือบฟัน และป้องกันการสึกกร่อนของชั้นเคลือบฟันจากกรดของแบคทีเรียในช่องปาก
การเคลือบฟลูออไรด์นั้นเป็นขั้นตอนที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย โดยทันตแพทย์จะใช้แปรงขนนุ่มหรือสำลีชุบสารละลายฟลูออไรด์ แล้วทาให้ทั่วผิวฟันทั้งด้านบดเคี้ยวและด้านข้าง หรือให้คนไข้กัดถาดครอบฟันที่มีฟลูออไรด์เจลข้างใน หลังจากทาฟลูออไรด์แล้ว ควรงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ดูดซึมเข้าสู่เคลือบฟันได้ดี
โดยทั่วไปแล้ว ทันตแพทย์แนะนำให้เด็กเริ่มทาฟลูออไรด์วานิชเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน หรือเมื่อฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มเคลือบฟลูออไรด์ตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป เพื่อป้องกันการกลืนฟลูออไรด์
การเคลือบฟลูออไรด์ควรทำเป็นประจำทุก 3-6 เดือน โดยเฉพาะในเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุสูง เช่น มีประวัติฟันผุ มีน้ำลายน้อย หรือสวมเครื่องมือจัดฟัน เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเหงือกอักเสบ หรือมีรากฟันโผล่ ก็ควรเคลือบฟลูออไรด์เพื่อลดการเสียวฟันและป้องกันฟันผุ
การเคลือบฟลูออไรด์คืออะไร ป้องกันฟันผุได้อย่างไร?
ฟลูออไรด์ทำงานอย่างไรในการป้องกันฟันผุ?
การเคลือบฟลูออไรด์เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับฟันของเรา ไม่ให้ฟันผุได้โดยง่าย โดยมีกลไกสำคัญ 2 อย่างคือ:
- เสริมสร้างโครงสร้างฟันให้ทนทานต่อกรด: ฟลูออไรด์จะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างผิวเคลือบฟันให้เป็น “ฟลูออร์อะพาไทต์” (Fluorapatite) ซึ่งเป็นผลึกที่ทนทานต่อกรดจากแบคทีเรียได้ดีกว่าเดิม ทำให้ ฟันแข็งแรง และผุยากขึ้น
- กระตุ้นการคืนแร่ธาตุและยับยั้งแบคทีเรีย: ฟลูออไรด์จะไปช่วยเร่งกระบวนการ คืนแร่ธาตุ (Remineralization) ให้กลับสู่ผิวฟันเพื่อซ่อมแซมฟันผุระยะเริ่มต้น และยังเข้าไปยับยั้งการทำงานของแบคทีเรีย ไม่ให้ผลิตกรดมาทำลายฟันได้โดยง่าย
การเคลือบฟลูออไรด์มีกี่แบบ แตกต่างกันอย่างไร
การเคลือบฟลูออไรด์สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
1. เคลือบฟลูออไรด์วาร์นิช (Fluoride Varnish)

- ทันตแพทย์จะใช้ผ้าก๊อซหรือสำลีเช็ดฟันให้แห้ง เพื่อให้ฟลูออไรด์เคลือบติดผิวฟันได้ดี
- ทันตแพทย์ใช้แปรงเล็กๆ แล้วทาบางๆ ให้ทั่วผิวฟันทั้งด้านบดเคี้ยวและด้านข้าง โดยเฉพาะบริเวณร่องฟันและหลุมร่องฟัน
- ฟลูออไรด์วาร์นิชจะแข็งตัวอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสกับน้ำลาย เกิดเป็นชั้นเหนียวๆ บนฟัน ควรงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม หรือบ้วนปากเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์วาร์นิชยึดติดกับฟันเต็มที่
- สามารถบ้วนน้ำลายหรือกลืนน้ำลายได้ตามปกติหลังการทา ไม่มีอันตรายใดๆ แต่ควรงดการบ้วนน้ำอย่างน้อย 30 นาที
- ไม่ควรรับประทานอาหารที่แข็ง กรอบ หรือเหนียวในช่วงที่เหลือของวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟลูออไรด์วาร์นิชหลุดออก
- หลังทำควรรอ 4-6 ชั่วโมงก่อนแปรงฟัน
- เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี และเด็กที่จุดสีขาวบนฟันซึ่งเป็นสัญญาณของฟันผุ
2. เคลือบฟลูออไรด์เจล (Fluoride Gel)

- ทันตแพทย์จะใช้ผ้าก๊อซหรือสำลีเช็ดฟันให้แห้ง เช่นเดียวกับการทาฟลูออไรด์วาร์นิช
- ใส่ฟลูออไรด์เจลในถาดเคลือบฟัน (Tray) ซึ่งมีลักษณะเป็นถาดพลาสติกที่มีรูปร่างพอดีกับฟันบนและล่าง
- ให้ผู้ป่วยอ้าปาก แล้วครอบถาดเคลือบฟันที่มีฟลูออไรด์เจลให้สนิท กัดไว้ประมาณ 4 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์เคลือบฟันได้สนิทดี
- ระหว่างเคลือบฟลูออไรด์เจลอยู่ต้องคอยดูดน้ำลายออกตลอด เพื่อไม่ให้เด็กกลืนฟลูออไรด์ที่เกินออกมาลงคอไป
- เอาถาดเคลือบฟันออก บ้วนปากให้สะอาด และงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 30 นาที
- เหมาะสำหรับเด็กอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป
ขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์ที่ MOS Dental Clinic
เพื่อให้การเคลือบฟลูออไรด์ได้ผลดีที่สุด ทันตแพทย์ ของเรามีขั้นตอนการเตรียมฟันดังนี้:
- ทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากเพื่อประเมินความเสี่ยงฟันผุ ดูว่าฟันซี่ไหนมีความเสี่ยงบ้าง
- ก่อนการเคลือบฟลูออไรด์ จะมีการขัดฟันเพื่อทำความสะอาดฟัน และกำจัดคราบจุลินทรีย์ เมื่อกำจัดคราบพวกนี้ออกไปแล้วฟลูออไรด์ก็จะสัมผัสกับผิวฟันได้โดยตรง ทำให้ได้ผลดีกว่า
- ทันตแพทย์จะทำให้ฟันแห้ง จากนั้นจึงทาฟลูออไรด์วานิชหรือใส่ถาดครอบฟันที่มีฟลูออไรด์เจลให้ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
- หลังจากทำเสร็จควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์ซึมเข้าสู่ผิวฟันได้มากที่สุด การทานอาหารหรือดื่มน้ำในช่วงนี้ จะทำให้ฟลูออไรด์ถูกชะล้างออกไป
ใครบ้างที่ควรเคลือบฟลูออไรด์
จริงๆ แล้วการเคลือบฟลูออไรด์เป็นประโยชน์กับทุกคน แต่กลุ่มต่อไปนี้ก็ถือว่าแนะนำเป็นพิเศษเพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ
เด็กตั้งแต่มีฟันน้ำนมขึ้นซี่แรก
เนื่องจากฟันน้ำนม และฟันแท้ที่เพิ่งขึ้นใหม่ของเด็กๆ ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ การเคลือบฟลูออไรด์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันฟันผุตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถเคลือบฟลูออไรด์ได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น
ผู้ที่จัดฟัน
เพราะอุปกรณ์จัดฟันเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารและทำความสะอาดยาก การเคลือบฟลูออไรด์จะช่วยลดความเสี่ยงฟันผุบริเวณรอบๆ แบร็กเก็ตที่แปรงฟันยากได้
ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง
ผู้ใหญ่ที่มีภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหารากฟันโผล่ ควรเคลือบฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุบริเวณรากฟันที่โผล่ออกมาเพราะไม่มีเคลือบฟันปกป้อง
เคลือบฟลูออไรด์ ราคาเท่าไหร่?
ที่ MOS Dental Clinic เรามีราคาค่าบริการเคลือบฟลูออไรด์อยู่ที่ 300 บาท
(หมายเหตุ: โปรดติดต่อคลินิกสาขาใกล้บ้านท่านเพื่อสอบถามโปรโมชั่นและราคาล่าสุด)
เคลือบฟลูออไรด์ vs เคลือบหลุมร่องฟัน เลือกทำอะไรดี?
การป้องกันฟันผุที่ได้รับความนิยมมี 2 วิธีหลัก คือการเคลือบฟลูออไรด์และการเคลือบหลุมร่องฟัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันดังนี้:
- การเคลือบฟลูออไรด์: เหมาะสำหรับการป้องกันฟันผุบนผิวฟันเรียบทั้งหมดที่ไม่ใช่ด้านกัดเคี้ยว
- การเคลือบหลุมร่องฟัน: เหมาะสำหรับป้องกันฟันผุ ในบริเวณหลุมและร่องฟันของฟันกราม ซึ่งเป็นบริเวณที่ทำความสะอาดยาก ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันเพื่อการป้องกันที่ดีที่สุด
อาหารที่มีฟลูออไรด์มีอะไรบ้าง
อาหารที่มีฟลูออไรด์ธรรมชาติและเสริมฟลูออไรด์ ได้แก่
- ชา – ใบชามีฟลูออไรด์ตามธรรมชาติในปริมาณสูง โดยเฉพาะชาดำและชาเขียว
- อาหารทะเล – ปลา หอยนางรม กุ้ง ปู
- เครื่องในสัตว์ – ตับ ไต และกระดูกอ่อน
- ผักใบเขียว – ผักคะน้า ปวยเล้ง ผักโขม และสลัด
- น้ำดื่ม – บางพื้นที่มีการเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำประปา เช่น สหรัฐอเมริกา
การบริโภคอาหารเหล่านี้ร่วมกับน้ำดื่มที่ผ่านการเติมฟลูออไรด์ การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และการเคลือบฟลูออไรด์ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟันและป้องกันฟันผุได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปอาจก่อให้เกิดภาวะฟลูออโรซิส (Fluorosis) หรือเรียกอีกอย่างว่าฟันตกกระ
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการเคลือบฟลูออไรด์
คำถาม: ฟันผุเคลือบฟลูออไรด์ได้ไหม
คำตอบ: การเคลือบฟลูออไรด์ไม่ได้ช่วยให้ฟันผุหายไป ต้องอุดฟันแทน
คำถาม: ขูดหินปูนแล้วเคลือบฟลูออไรด์เลยได้ไหม
คำตอบ: ได้ ก่อนเคลือบฟลูออไรด์ต้องเอาคราบสกปรกออกก่อนอยู่แล้ว
คำถาม: วิธีรักษาให้ฟลูออไรด์อยู่ในปากไปได้นานๆ ทำอย่างไร
คำตอบ: ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ และหลังจากที่แปรงฟันก็บ้วนฟองยาสีฟันทิ้ง และบ้วนน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากบ้วนแรงเกินไปฟลูออไรด์ก็จะถูกล้างออกมาด้วย
คำถาม: ฟลูออไรด์วาร์นิชคืออะไร?
คำตอบ:ฟลูออไรด์วาร์นิชเป็นฟลูออไรด์ชนิดทาภายนอกที่ใช้เพื่อป้องกันฟันผุ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เป็นฟลูออไรด์ชนิดทาภายนอกอีกประเภทหนึ่ง ทั้งสองประเภทใช้บนผิวฟัน
คำถาม: ฟลูออไรด์วาร์นิชทาอย่างไร?
คำตอบ: ใช้ผ้าก๊อซชิ้นเล็กๆ ทำความสะอาดและเช็ดฟันให้แห้ง ทาวาร์นิชลงบนด้านหน้า ด้านหลัง ด้านบดเคี้ยว ด้านข้าง ของฟันด้วยแปรงขนาดเล็ก เมื่อน้ำลายในปากสัมผัส วาร์นิชจะเกาะติดและกลายเป็นแผ่นแข็งบนผิวฟัน การเคลือบวาร์นิชใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที
คำถาม: ฟลูออไรด์วาร์นิชจะทำให้ฟันดูแตกต่างไปหรือไม่?
คำตอบ: ฟลูออไรด์วาร์นิชบางยี่ห้อเคลือบฟันด้วยฟิล์มสีเหลือง ยี่ห้ออื่นๆ อาจเป็นสีขาวและอาจทำให้ฟันดูหม่นลงซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ทำร้ายฟัน เมื่อแปรงฟันในตอนเช้าของวันถัดไป วาร์นิชจะหลุดออกและฟันจะสีเหมือนเดิม
คำถาม: ต้องทำอะไรเป็นพิเศษหลังจากที่ได้รับฟลูออไรด์วาร์นิชหรือไม่?
คำตอบ: งดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 30 นาที เมื่อถึงเวลรับประทานอาหาร อาหารควรเป็นอาหารอ่อนนุ่มไม่กรอบตลอดทั้งวัน ไม่ควรแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันจนกว่าจะถึงเช้าวันถัดไป
คำถาม: ฟลูออไรด์วาร์นิชปลอดภัยหรือไม่?
คำตอบ:ฟลูออไรด์วาร์นิชมีความปลอดภัยสูง สามารถใช้กับเด็กทารกตั้งแต่มีฟันซี่แรกขึ้น เนื่องจากวาร์นิชถูกทาลงบนฟันและใช้ในปริมาณน้อยมาก จึงแทบจะไม่มีฟลูออไรด์ถูกกลืนเข้าไป
คำถาม: ลูกควรได้รับฟลูออไรด์วาร์นิชบ่อยแค่ไหน?
คำตอบ: สามารถทาฟลูออไรด์วาร์นิชได้ปีละ 4 ครั้งหรือทุก 3 เดือน มีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กที่ได้รับฟลูออไรด์วาร์นิชทุก 3 เดือน มีฟันผุน้อยกว่าเด็กที่ได้รับน้อยกว่านี้หรือไม่ได้รับเลย
คำถาม: ฟลูออไรด์วาร์นิชไม่ควรใช้เมื่อไหร่?
คำตอบ: ไม่ควรใช้ฟลูออไรด์วาร์นิชหากมีแผลในปากหรือบนเหงือกอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งกรณีที่แพ้ส่วนผสมในวาร์นิช
