การทำรากฟันเทียมใน 1 วัน (One Day Implant) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาฟันหายอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอนานหลายเดือนเหมือนการทำรากฟันเทียมแบบเดิม ทำให้คนไข้สามารถยิ้มอย่างมั่นใจได้ทันที บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง และรายละเอียดอื่นๆ ของการทำ One Day Implant เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจอยากมีฟันที่สมบูรณ์แบบอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว
รากฟันเทียมใน 1 วัน คืออะไร

รากฟันเทียมใน 1 วัน (One Day Implant) คือ เทคนิคการรักษาทางทันตกรรมที่ใช้การฝังรากฟันเทียมและใส่ครอบฟันชั่วคราวในการรักษาเพียงครั้งเดียว ภายในระยะเวลา 1 วัน ซึ่งแตกต่างจากวิธีการทำรากฟันเทียมแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการรอให้กระดูกเชื่อมติดกับรากฟันเทียม ก่อนที่จะสามารถใส่ครอบฟันได้
หลังจากการใส่ครอบฟันชั่วคราวในกระบวนการทำรากฟันเทียมใน 1 วันแล้ว คนไข้จะต้องเข้ารับการติดตามผลเป็นระยะเพื่อประเมินแผลและดูการผสานกันระหว่างรากฟันเทียมกับกระดูกขากรรไกร
โดยทั่วไปแล้ว ทันตแพทย์จะนัดหมายเพื่อใส่ครอบฟันถาวรประมาณ 3-6 เดือนหลังจากการทำรากฟันเทียม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์ถึงความพร้อมและความมั่นคงของรากฟันเทียมที่ฝังไว้
หากรากฟันเทียมและกระดูกผสานกันได้ดี ผู้ป่วยก็จะได้รับการใส่ครอบฟันถาวรที่มีความแข็งแรงและความสวยงามกว่าครอบฟันชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูการทำหน้าที่ของฟันและความสวยงามของรอยยิ้มได้อย่างสมบูรณ์
การรักษาด้วยรากฟันเทียมใน 1 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันไป 1-2 ซี่ และมีกระดูกขากรรไกรที่แข็งแรงเพียงพอ นอกจากนั้น ผู้ป่วยจะต้องมีสุขภาพช่องปากที่ดี ปราศจากโรคปริทันต์ และไม่สูบบุหรี่จึงจะสามารถรับการรักษานี้ได้
ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมใน 1 วัน
ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียมแบบดั้งเดิมอาจใช้เวลานานหลายเดือน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้สามารถฝังรากฟันเทียมพร้อมครอบฟันชั่วคราวได้ในการนัดหมายเพียงครั้งเดียว วิธีการฝังรากฟันเทียมในหนึ่งวันมีขั้นตอนดังต่อไปนี้:
ขั้นตอนที่ 1: เข้ารับการปรึกษากับทันตแพทย์
- ปรึกษากับทันตแพทย์ก่อนการฝังรากฟันเทียมในหนึ่งวัน
- ทันตแพทย์ประเมินช่องปากในตำแหน่งที่ต้องการทำรากเทียมและพิจารณาความเหมาะสม
- เหงือกต้องมีสุขภาพดีและกระดูกขากรรไกรต้องเพียงพอที่จะรองรับรากฟันเทียม
- ถ่ายภาพ X-ray เพื่อตรวจสอบคุณภาพและปริมาณกระดูก
- กำหนดวันนัดสำหรับการฝังรากฟันเทียมหากทุกอย่างดูปกติ
ขั้นตอนที่ 2: ฝังรากฟันเทียม
- ฝังรากฟันเทียมเข้าไปในกระดูกขากรรไกรโดยการผ่าตัดในวันที่นัดหมาย
- ติดตั้งครอบฟันชั่วคราวที่ด้านบนหลังใส่รากฟันเทียม
- ครอบฟันเทียมชั่วคราวมักถูกออกแบบมาให้กัดไม่โดน หรือกัดได้ไม่แน่น สาเหตุเพราะรากฟันเทียมจะได้ไม่รับภาระมากเกินไปเวลากัดเคี้ยวอาหาร ในช่วงที่กระดูกยังไม่ผสานกับรากฟันเทียมดี
- ในกรณีที่คนไข้รับความเสี่ยงได้ รวมถึงสามารถดูแลที่จะไม่เคี้ยวหนักในช่วง 4 เดือนแรกได้ ก็สามารถใส่ครอบฟันถาวรได้เลย
ขั้นตอนที่ 3: ใส่ครอบฟันถาวร
- กลับไปพบทันตแพทย์เพื่อติดตั้งครอบฟันถาวรเมื่อกระดูกผสานกับรากฟันเทียมดีแล้ว ประมาณ 3-6 เดือน
- กระบวนการจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อครอบฟันถาวรใส่ได้พอดีและคนไข้พึงพอใจกับรูปลักษณ์ใหม่
ข้อดีของการทำรากฟันเทียมใน 1 วัน
- ประหยัดเวลา-คนไข้สามารถเข้ารับการรักษาและใส่ครอบฟันได้ในวันเดียว ไม่ต้องมาพบทันตแพทย์หลายครั้ง ทำให้ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมถึงเจ็บตัวเพียงครั้งเดียวด้วย
- ใช้งานได้ทันที – คนไข้สามารถรับประทานอาหารและพูดได้ตามปกติทันที โดยไม่ต้องรอให้รากฟันเทียมหายดี
- ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ–ช่วยให้คนไข้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ เพราะมีฟันบริเวณนั้นทันทีหลังเดินออกจากคลินิก
อย่างไรก็ตาม การทำรากฟันเทียมใน 1 วัน อาจไม่ได้เหมาะกับคนไข้ทุกราย ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและให้คำแนะนำว่าแต่ละคนควรเลือกวิธีการรักษาแบบใด โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพช่องปาก ปริมาณและความหนาแน่นของกระดูกขากรรไกร สุขภาพโดยรวม งบประมาณการรักษา และความต้องการของคนไข้เป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
ข้อเสียของการทำรากฟันเทียมใน 1 วัน
- ไม่สามารถลัดขั้นตอนกระบวนการผสานกระดูกเข้ากับรากฟันเทียมได้กระบวนการนี้ยังคงต้องเกิดขึ้นและไม่สามารถเร่งได้ร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างเซลล์กระดูกใหม่เพื่อยึดรากฟันเทียมให้แน่น
- ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่ารากฟันเทียมไม่เคลื่อนที่ในระหว่างช่วงเวลาการรักษา (3-4 เดือน) ผู้ป่วยต้องรับประทานอาหารอ่อนๆหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็งหรือเหนียว เช่น ถั่ว, มันฝรั่ง, ข้าวโพดคั่ว, ปลาหมึก ฯลฯ เป็นเวลา 3-4 เดือนหลังผ่าตัด หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้รากฟันเทียมเคลื่อนที่ และมีโอกาสสูงที่การรักษาจะล้มเหลว
- ต้องใส่ครอบฟันชั่วคราวซึ่งไม่สวยงามไปก่อน จนกว่าการผสานกระดูกจะเสร็จสมบูรณ์ แล้วจึงจะเปลี่ยนเป็นครอบฟันถาวรที่มีความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติได้
- รากฟันเทียมในวันเดียวอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีปริมาณกระดูกขากรรไกรน้อย
- เป็นการรักษาที่ใช้เทคนิคขั้นสูง ทันตแพทย์ควรมีประสบการณ์และฝีมือดี
ข้อควรระวัง
โดยทั่วไปแล้วจะไม่แนะนำให้ทำรากฟันเทียมใน 1 วันหากไม่จำเป็นจริงๆ เช่น เป็นฟันหน้า แต่ถึงแม้เป็นฟันหน้า ถ้าสามารถปักรากเทียมไว้ก่อนแล้วใส่ฟันปลอมชั่วคราว เพื่อมาทำรากฟันเทียมแบบดั้งเดิมทีหลัง ก็จะได้ผลการรักษาที่ดีกว่า หากจำเป็นต้องทำจริงๆ ก็จะต้องเคี้ยวอาหารด้วยความระมัดระวังบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้ผลการรักษาล้มเหลว
ข้อควรพิจารณาก่อนทำรากฟันเทียมใน 1 วัน
ข้อควรพิจารณาก่อนทำรากฟันเทียมใน 1 วัน มีดังนี้
1.สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ดี – ผู้ป่วยควรมีสุขภาพร่างกายโดยรวมที่แข็งแรงโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ อาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
2.สภาพของกระดูกขากรรไกรและเหงือกดี – ต้องมีกระดูกขากรรไกรที่มีปริมาณและคุณภาพดีเพียงพอเพื่อรองรับรากฟันเทียมเหงือกควรมีสุขภาพดีและปราศจากโรคปริทันต์
3.ผู้ป่วยควรเข้าใจข้อจำกัดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาควรมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลลัพธ์สุดท้ายทั้งในแง่ประสิทธิภาพการใช้งานและความสวยงาม
4.ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรับประทานอาหารอ่อนและหลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวในบริเวณที่ทำรากเทียมเป็นเวลาประมาณ 3-4 เดือน การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการรักษาอาจทำให้การรักษาล้มเหลว
5.งบประมาณและค่าใช้จ่าย – แม้ว่าการฝังรากฟันเทียมใน 1 วันจะสะดวกกว่า แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการทำแบบดั้งเดิม ผู้ป่วยควรพิจารณางบประมาณและความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวในการรักษาด้วย
6.ประสบการณ์และความชำนาญของทันตแพทย์ – การฝังรากฟันเทียมใน 1 วันต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของทันตแพทย์ควรเลือกทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ในการทำหัตถการนี้
7.ความพร้อมของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ – คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ให้บริการควรมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำเช่น เครื่องX-ray,CT scan เป็นต้น
การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยและทันตแพทย์ประเมินความเหมาะสมและความพร้อมในการทำรากฟันเทียมภายในวันเดียว รวมถึงเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
รากฟันเทียมใน 1 วัน ราคาเท่าไหร่
ราคาของการทำรากฟันเทียมใน 1 วันจะแพงกว่าราคารากฟันเทียมแบบปกติประมาณ 20-30%
