ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมกับ MOS Dental Clinic
การทำรากฟันเทียมมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้
- ปรึกษา วางแผน: ทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปาก เอ็กซเรย์ 3 มิติ (CT Scan) เพื่อประเมินสภาพกระดูกและวางแผนการรักษา พร้อมทั้งบอกเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ กับคนไข้
- ผ่าตัดฝังรากฟันเทียม: ทันตแพทย์จะฉีดยาชา แล้วทำการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมที่ทำจากไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกร จากนั้นจะเย็บปิดแผล
- รอการยึดติดของกระดูก: ทิ้งระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกอย่างสมบูรณ์ (Osseointegration)
- พิมพ์ปากและใส่ครอบฟัน: เมื่อรากเทียมยึดติดดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากเพื่อส่งทำครอบฟัน และนัดหมายมาติดตั้งเดือยรองรับและครอบฟันถาวร เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดและข้อควรระวัง
- หลังการผ่าตัดให้กัดผ้าก๊อซตามคำแนะนำของทันตแพทย์ และประคบเย็นบริเวณแก้มด้านนอกเพื่อช่วยลดอาการบวม
- รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและร้อนจัด เย็นจัดในช่วง 1-3 วันแรก
- แปรงฟันได้ตามปกติ แต่ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณแผลผ่าตัดในช่วงแรก และบ้วนปากเบาๆ อย่ารุนแรง ป้องกันแผลเปิด
- งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการหายของแผลและการยึดติดของรากฟันเทียม
ปัจจัยในการเลือกทำรากฟันเทียมที่ไหนดี
การเลือกว่าจะทำรากฟันเทียมที่ไหนดีนั้นมีความสำคัญมาก เพราะรากฟันเทียมเป็นอุปกรณ์ทางทันตกรรมที่จะอยู่กับคนไข้ไปเป็นสิบปี มีผลต่อความสวยงามของฟัน และมีราคาค่อนข้างสูง การเลือกว่าจะทำรากฟันเทียมที่ไหนดีควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้:
- คลินิกมีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านรากฟันเทียมโดยเฉพาะ
- อุปกรณ์และคลินิกได้มาตรฐาน
- ราคาสมเหตุสมผล
- เดินทางสะดวก
- มีการรับประกัน
- รีวิวจากผู้รับบริการจริง
- บริการหลังการรักษาที่ดี
ซึ่งแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังนี้
คลินิกมีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมโดยเฉพาะ
ข้อที่สำคัญที่สุดในการทำรากฟันเทียมคือการเลือกทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความรู้และประสบการณ์สูงในการทำรากฟันเทียม เพื่อให้การทำรากฟันเทียมมีอัตราการสำเร็จสูง ทำแล้วรากฟันเทียมไม่โยก รากฟันเทียมยึดเกาะกับกระดูกขากรรไกรได้อย่างแน่นหนา การฝังรากฟันเทียมได้มุมที่ถูกต้อง กระจายแรงกัดได้สมดุลเพื่อป้องกันรากฟันเทียมเสียหาย สามารถใช้แทนฟันธรรมชาติได้นานเป็นสิบปี
สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับทันตแพทย์แต่ละท่านของ MOS Dental Clinic ได้ที่รายชื่อทันตแพทย์ทั้งหมด
และสามารถตรวจสอบว่าทันตแพทย์แต่ละท่านได้รับใบอนุญาติจริงได้จากเว็บไซต์ทันตแพทยสภา
ที่ MOS Dental Clinic ของเรา ทันตแพทย์ได้รับการ training ภายในอย่างเข้มข้น ไม่ว่าคุณจะเคยรับการทำรากฟันเทียมที่สาขาไหนของ MOS ก็จะได้รับมาตรฐานเดียวกันหมด หากในวันข้างหน้าคุณเปลี่ยนที่อยู่ ไปอยู่ใกล้สาขาอื่นของ MOS คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่าทันตแพทย์ทุกคนมีมาตรฐานเดียวกัน ดูแลคุณได้เหมือนกัน
วีดีโอการฝึกอบรมของ MOS Dental Clinic เพื่อเสริมและเพิ่มทักษะ รวมถึง update ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากรากฟันเทียม MIS7
อุปกรณ์และคลินิกได้มาตรฐาน
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณาว่าจะทำรากฟันเทียมที่ไหนดี คือต้องเลือกคลินิกที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยให้การถ่ายภาพโครงสร้างใบหน้าและช่องปากของคนไข้เป็น 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ทำให้การวางแผนการรักษาง่ายกว่าและผิดพลาดน้อยกว่า
นอกจากนั้นเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ต้องสะอาดและได้รับการฆ่าเชื้อเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ (คนไข้สามารถสังเกตได้จากสภาพแวดล้อมในคลินิกว่าดูสะอาดหรือไม่) รวมถึงคลินิกจะต้องเลือกใช้รากฟันเทียมยี่ห้อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล หากในวันข้างหน้ารากฟันเทียมมีปัญหาจะได้มีอะไหล่รองรับ
ราคาสมเหตุสมผล
ราคาที่สมเหตุสมผลหมายถึงการจำนวนเงินเหมาะสมกับคุณภาพของการรักษา ไม่แพงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการเงินของคนไข้ ทำโดยเปรียบเทียบราคากับคลินิกอื่นๆ และพิจารณาบริการและวัสดุที่ใช้ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง รวมถึงการดูการผ่อนชำระด้วยว่า สามารถผ่อนชำระได้กี่งวด งวดแรกจ่ายกี่บาท เป็นต้น เพื่อให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ถูกต้อง
ที่ MOS Dental Clinic มีการแบ่งจ่ายชำระเป็นงวดดังนี้
งวดแรก – วันปักรากฟันเทียม
งวดที่สอง – วันพิมพ์ครอบฟัน (ห่างจากงวดแรกประมาณ 3 เดือน+)
งวดที่สาม – วันใส่ครอบฟัน (ห่างจากงวดที่สองประมาณ 1 อาทิตย์)
เช่น
| ยี่ห้อ | Neo Biotech | Alpha Bio | Straumann |
| งวดแรก | 14,000 | 25,000 | 35,000 |
| งวดที่สอง | 12,000 | 12,500 | 20,000 |
| งวดที่สาม | 12,000 | 12,500 | 20,000 |
| ราคาเต็ม (รวมทุกงวด) | 38,000 | 50,000 | 75,000 |
หมายเหตุ : สามารถอ่านราคารากฟันเทียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้จากหน้าการเลือกยี่ห้อรากฟันเทียม
เดินทางสะดวก
การเดินทางไปยังคลินิกเองก็มีความสำคัญเช่นกัน ควรเลือกคลินิกที่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานเพราะต้องผ่านเป็นประจำ หรือเลือกคลินิกที่อยู่ใกล้บริเวณที่มีรถไฟฟ้าผ่านเพื่อให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น สามารถดูสาขาทั้งหมดกว่า 30 สาขาของ MOS Dental Clinic ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อเลือกทำรากฟันเทียมที่สาขาใกล้คุณได้เลย
มีการรับประกัน
ควรเลือกคลินิกที่มีการรับประกันการทำรากฟันเทียม เพื่อความมั่นใจในกรณีเกิดปัญหา โดยพิจารณาจากเงื่อนไขการรับประกัน รวมถึงระยะเวลาการรับประกันด้วย
การรับประกันรากฟันเทียมของ MOS Dental Clinic มีดังนี้:
รากฟันเทียม หลวม, หลุด, บิ่น, แตก ดูแลซ่อมแซมฟรีภายใน 1 ปี และปีที่ 2-3 คิดค่าวัสดุ ค่าแรงไม่เกิน 50% ของราคาปกติ
รีวิวจากผู้รับบริการจริง
อ่านและดูรูปจากการทำรากฟันเทียมของจริงจากลูกค้าท่านอื่นๆ ที่ได้รับการรักษาจากคลินิกที่เราสนใจ หากมีการรีวิวที่ดีต่อเนื่องก็แสดงว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีความพึงพอใจกับคลินิกนั้น และน่าจะทำให้การเข้ารับการทำรากฟันเทียมของคนไข้ประสบผลสำเร็จที่ดีเช่นกัน

เคสคนไข้รากเทียมพร้อมฟันปลอม

เคสคนไข้รากเทียม

บริการหลังการรักษาที่ดี
เลือกคลินิกที่มีบริการหลังการรักษาที่ดี ดูแลและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอรวมถึงสามารถติดต่อสอบถามและขอคำปรึกษาในกรณีที่มีปัญหาได้ตลอด
สิ่งหนึ่งที่คนไข้ทำรากฟันเทียมต้องทราบก็คือ วันนี้อาจไม่มีปัญหา แต่หากภายในอีก 10-20 ปีข้างหน้า มีปัญหาเกิดขึ้น ทาง MOS จะยังคงดูแลคุณเสมอ เหมือนกับคนไข้รากฟันเทียมคนแรกของเราที่เราดูแลมา 20 กว่าปี ตั้งแต่ปี 2002 จนถึงปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม (FAQ)
ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม
ตอนใส่รากฟันเทียมจะไม่เจ็บเพราะมีฤทธิ์ยาชาอยู่ แต่อาจจะรู้สึกถึงแรงกระเทือนบ้างเล็กน้อย และเมื่อหลังจากยาชาหมดฤทธิ์ก็จะมีอาการปวดและบวม ซึ่งคนไข้หลายท่านก็สามารถทนได้ปกติและบรรเทาอาการปวดได้ด้วยยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จัดให้ โดยทั่วๆ ไปอาการปวดจะค่อยๆ ลดลงและหายไปภายใน 3-7 วัน คนไข้หลายคนบอกว่าเจ็บน้อยกว่าหรือพอๆ กับถอนฟัน
ใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะเสร็จ
โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 3-6 เดือนนับตั้งแต่เริ่มต้นจนใส่ครอบฟันถาวร ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ใช้เวลานานคือต้องรอให้กระดูกสมานกับรากฟันเทียมให้ดีก่อน ซึ่งใช้เวลา 3-4 เดือน แต่หากกระดูกไม่เพียงพอแล้วต้องทำการปลูกกระดูกเพิ่ม อาจทำให้ใช้เวลานานถึง 6-12 เดือนเลยทีเดียว ทั้งนี้ ในระหว่างที่รอรากฟันเทียมยึดติดกับกระดูก ทันตแพทย์อาจใส่ฟันปลอมชั่วคราวให้เพื่อความสวยงามและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
หลังทำรากฟันเทียมทานอะไรได้บ้าง
ในช่วงแรกหลังการผ่าตัด (ประมาณ 1-6 วัน) ควรเน้นอาหารที่อ่อนนุ่ม ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณแผล
อาหารที่แนะนำ:
- อาหารอ่อนและย่อยง่าย: โจ๊ก, ข้าวต้ม, ซุป, แกงจืด, ไข่ตุ๋น, ไข่ลวก
- ผักและผลไม้บด: มันบด, ฟักทองบด, กล้วยนึ่ง
- เครื่องดื่มและของว่าง: สมูทตี้, น้ำเต้าหู้, โยเกิร์ต, นมปั่น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
- อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด หรือรสจัด
- อาหารแข็งและเหนียว: เช่น ถั่ว, น้ำแข็ง, หมากฝรั่ง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรากฟันเทียมที่ยังไม่ยึดติดดี
- การใช้หลอดดูด: แรงดูดอาจกระทบกระเทือนลิ่มเลือดที่ปิดปากแผล ทำให้เลือดไหลไม่หยุดหรือแผลหายช้า
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานกี่ปี
หากได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ตัวรากฟันเทียมที่ฝังอยู่อาจะอยู่ได้ 10-20 ปี หรือนานกว่า 25 ปี เนื่องจากไทเทเนียมเป็นวัสดุที่ทนทานและเข้ากับร่างกายได้ดี แต่ตัวครอบฟัน (ที่ครอบอยู่ด้านบนรากเทียม) จะมีอายุการใช้งานราว 5-15 ปี ขึ้นกับวัสดุที่เลือกใช้และพฤติกรรมการใช้ชีวิต
รากฟันเทียมเกาหลีกับยุโรปต่างกันยังไง
รากฟันเทียมจากยุโรปจะมีประวัติยาวนานกว่าเพราะเป็นผู้ริเริ่มคนแรกๆ ของโลกและมีงานวิจัยเยอะ แต่รากฟันเทียมจากเกาหลีจะมีจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าและคุณภาพก็ถือว่าได้มาตรฐานสากล สิ่งสำคัญจึงเป็นเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ (เพราะในอนาคตหากต้องแก้ไขหรือมีอะไรสึกหรอ จำเป็นต้องมีอะไหล่เปลี่ยน) และทำการรักษากับทันตแพทย์เฉพาะทางที่จะไม่ทิ้งคนไข้
