การจัดฟันโลหะ หรือการจัดฟันแบบเหล็ก (Metal Bracket) คือ การจัดฟัน (Orthodontics) รูปแบบหนึ่งที่มีอุปกรณ์ยึดกับฟันเรียกว่า Bracket ซึ่งทำจากโลหะเช่น เหล็กสแตนเลสหรือโลหะผสมนิกเกิลไทเทเนียมเพื่อช่วยในการเคลื่อนย้ายฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการ มีลักษณะเด่นคือแข็งแรง อาจมีการปวดหรือเจ็บบางเล็กน้อยในช่วงเริ่มจัดฟัน ระยะเวลาในการจัดฟันโลหะโดยปกติอยู่ที่ประมาณ 1-3 ปี
จัดฟันโลหะมีกี่แบบ
จัดฟันโลหะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
- จัดฟันโลหะแบบรัดยาง (Metal Braces) เป็นแบบที่พบได้บ่อยที่สุดเพราะมีราคาถูกกว่า เป็นการจัดฟันด้วยโลหะธรรมดาและใช้เครื่องมือจัดฟันโลหะติดบนผิวฟัน และลวดจัดฟันจะถูกยึดติดกับตัวแบร็คเก็ตด้วยยางรัด เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมตามที่ทันตแพทย์กำหนด
- จัดฟันโลหะแบบดามอน (Damon) เป็นการจัดฟันแบบที่ใช้คลิปล๊อคลวดจัดฟันให้อยู่ในตัว Bracket แทนการใช้ยางแบบปกติ การจัดฟันแบบนี้มีข้อดีคือทำให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ทันตแพทย์ต้องการได้ง่ายกว่า และไม่มีแรงกดจากยางจัดฟันทำให้รู้สึกเจ็บ ตึง น้อยกว่า

การจัดฟันโลหะเหมาะกับใคร
การจัดฟันโลหะหรือจัดฟันเหล็กเหมาะกับคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว (ราวๆ 11-13 ปี) ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ที่มีปัญหาการเรียงตัวของฟัน หรือมีปัญหาการสบฟันที่ไม่ปกติ เช่น ปัญหาฟันห่าง, ฟันยื่น, ฟันสบเปิด, ฟันซ้อนเก, ฟันสบเบี้ยว, ฟันล่างคร่อมฟันบน เป็นต้น
อุปกรณ์ในการจัดฟันโลหะ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดฟันโลหะ จะมีอยู่หลักๆ 3 อย่างคือ
1. เครื่องมือจัดฟัน Bracket

2. ยางรัดฟัน (O-ring)

3. ลวดจัดฟัน (Arch wire)

ขั้นตอนการจัดฟันโลหะ
- ทันตแพทย์ตรวจและเก็บข้อมูลต่างๆ ในช่องปาก ตรวจวินิจฉัยฟัน ทำประวัติ พิมพ์ฟัน ถ่ายรูป X-ray พูดคุยกับคนไข้ถึงการจัดฟันและรายละเอียดทั่วไป
- ทำการเคลียร์ช่องปาก เช่น ถอนฟัน, อุดฟัน, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด หากคนไข้ดังกล่าวจำเป็นต้องทำก่อนจัดฟัน
- ติดเครื่องมือจัดฟัน
- นัดพบทันตแพทย์เพื่อทำการปรับอุปกรณ์จัดฟันเป็นระยะๆ ราวๆ ทุก 1-2 เดือน
- หลังจัดฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะให้ใส่รีเทนเนอร์ เพื่อป้องกันฟันเคลื่อนกลับที่เดิม
- ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มีสุขภาพทางช่องปากที่ดี
ระยะเวลาในการจัดฟันโลหะนานเท่าไหร่
โดยทั่วไประยะเวลาในการจัดฟันโลหะอยู่ที่ประมาณ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลรวมถึงความซับซ้อนในแต่ละกรณี คนไข้บางคนต้องผ่าตัดหรือรักษาฟันผุหรือถอนฟันก่อน ก็จะใช้เวลานานขึ้น เป็นต้น
จัดฟันโลหะ ราคาเท่าไหร่
| ประเภทการจัดฟัน | ราคา |
| จัดฟันโลหะ | 40,000 |
| จัดฟันดามอน | 59,000 |
ข้อดี จัดฟันโลหะ
- การจัดฟันโลหะถือเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงในการแก้ไขปัญหาการจัดตำแหน่งของฟันและขากรรไกร เหมาะสำหรับปัญหาการจัดฟันที่ซับซ้อนทุกประเภท
- ช่วยให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ เสริมสร้างบุคลิกให้ดีขึ้น
- ช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการสบฟันดีขึ้น
- โลหะที่ใช้ในการจัดฟันมีความทนทานสูง
- สามารถเลือกสียางจัดฟันได้
- โดยทั่วไปแล้ว การจัดฟันโลหะมีราคาที่ถูกกว่าวิธีการจัดฟันอื่นๆ เช่น การจัดฟันแบบใส
- ช่วยให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้น เพราะทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น
ข้อเสีย จัดฟันโลหะ
- คนไข้อาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วงการจัดฟันแรกๆ
- ช่วงที่จัดฟันอยู่เหล็กที่ติดกับฟันจะทำให้ทำความสะอาดยากขึ้น
- ระหว่างจัดฟันโลหะ อาจเสียความมั่นใจบ้างเพราะมองเห็นโลหะชัดเจน
- ต้องมาพบทันตแพทย์บ่อย เป็นระยะเวลา 1-3 ปี
การดูแลฟันระหว่างและหลังจัดฟันโลหะ
ในขณะที่กำลังจัดฟันโลหะ เราควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือขนมที่มีความแข็ง เพราะจะทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหายได้ และควรใช้แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ เพราะหัวแปรงออกแบบมาสำหรับให้เข้าถึงช่องปากและซอกฟัน รวมถึงซี่เหล็กได้ง่าย
หลังจัดฟันเสร็จทันตแพทย์จะให้ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันหลังจัดไว้ หากเราละเลยไม่ใส่รีเทนเนอร์อาจทำให้ฟันพยายามเคลื่อนกลับที่เดิม ส่งผลให้ฟันไม่สวยได้นอกจากนั้นเวลาทานอาหาร เราควรถอดรีเทนเนอร์ออกก่อนเพราะอาหารที่เราเคี้ยวอาจส่งผลให้รีเทนเนอร์เสียหายหรือมีเศษอาหารไปติดสะสมทำให้เกิดปัญหาในช่องปากได้
จัดฟันโลหะกับจัดฟันใสต่างกันอย่างไร
การจัดฟันโลหะกับจัดฟันใสแตกต่างกันดังนี้
อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ : จัดฟันโลหะจะใช้วัสดุที่เป็นโลหะติดแน่นกับฟันสามารถเห็นได้ชัดในปาก จัดฟันใสใช้วัสดุเป็นพลาสติกใสครอบฟันมองเห็นยากกว่าและไม่เสียบุคลิก
ความสะดวกสบาย : จัดฟันโลหะอาจรู้สึกระคายเคืองหรือปวดเล็กน้อยในช่วงแรกๆ หรือเมื่อมีการปรับเครื่องมือ เวลารับประทานอาหารสามารถทานได้เลยไม่ต้องเอาออก จัดฟันใสจะระคายหรือปวดน้อยกว่า แต่ต้องถอดเวลารับประทานอาหารและควรใส่เครื่องมือจัดฟันใสให้มากกว่า 20 ชั่วโมงต่อวัน
ระยะเวลาในการจัดฟัน : โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาพอๆ กันคือประมาณ 2 ปี แต่หากจัดฟันใสในกรณีที่ไม่ซับซ้อนหรือเคยจัดฟันมาก่อนแล้ว ก็อาจใช้เวลาจัดฟันไม่เกิน 1 ปีได้
ผลลัพธ์การจัดฟัน :ขึ้นอยู่กับการวางแผนการรักษาจากทันตแพทย์ แต่การจัดฟันใสอาจสะดวกกว่าในแง่ของการถอดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เสียความมั่นใจเวลายิ้มระหว่างจัดฟัน
ราคา : จัดฟันโลหะมีราคาต่ำกว่า
รูปตัวอย่าง ก่อน หลัง การจัดฟันแบบโลหะ
ตัวอย่างรูปก่อนและหลังการจัดฟันแบบโลหะ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการจัดฟันโลหะ
จัดฟันครั้งแรกต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันครั้งแรกจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ค่าเตรียมความพร้อมก่อนจัดฟัน และ ค่าติดเครื่องมือจัดฟันงวดแรก
ค่าเตรียมความพร้อม จะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจวินิจฉัยและเคลียร์ช่องปาก ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท (ไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปาก) ประกอบด้วย:
- ค่าปรึกษาและวางแผนการรักษา
- ค่าพิมพ์ปากเพื่อทำโมเดลฟัน
- ค่าเอกซเรย์โครงสร้างฟันและใบหน้า
ค่าเคลียร์ช่องปาก: เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยจะขึ้นอยู่กับว่าต้องทำอะไรบ้าง เช่น อุดฟัน, ขูดหินปูน, ถอนฟัน, ผ่าฟันคุด ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มการรักษา
ทาง MOS Dental Clinic มีโปรแกรมการชำระค่าใช้จ่ายแบบแบ่งชำระ เพื่อช่วยให้คนไข้สามารถวางแผนทางการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถทักแชทมาสอบถามหรือโทรมาสอบถามได้ค่ะ
จัดฟันเจ็บไหม เจ็บที่สุดตอนไหน?
การจัดฟันจะรู้สึกตึงๆ เล็กน้อยเพราะแรงที่ลวดทำกับฟันเพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ โดยจะรู้สึกเจ็บๆ ตึงๆ มากที่สุดช่วง 3-5 วันแรกหลังติดเครื่องมือจัดฟัน นอกจากนั้นจะเป็นความรู้สึกตึงทุกเดือนที่มาพบทันตแพทย์แล้วทำการปรับลวดหรือเปลี่ยนยางจัดฟัน แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และไม่ได้เจ็บมาก
แต่ถ้าหากการจัดฟันมีการต้องถอนฟันด้วย ความเจ็บปวดของการถอนฟันจะมากกว่าการปรับลวด (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแรงดึงของเครื่องมือจัดฟัน)
จำเป็นต้องถอนฟันก่อนจัดฟันทุกเคสหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกเคส การถอนฟันจะทำในกรณีที่ทันตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเรียงฟันเท่านั้น เช่น:
- กรณีที่มีฟันซ้อนเกเยอะ หรือเป็นมาก หรือฟันมีขนาดใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดของขากรรไกร ทำให้ไม่มีพื้นที่ในการเรียงฟันให้สวยงาม
- กรณีที่ต้องการพื้นที่เพื่อดึงฟันหน้ากลับเข้ามา สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาฟันยื่น
ในคนไข้บางรายที่มีฟันซ้อนเกไม่มาก หรือมีช่องว่างอยู่แล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องถอนฟันเลย ทันตแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยจากผลเอกซเรย์และโมเดลฟันแล้วแจ้งให้คนไข้ทราบค่ะ
จัดฟันแล้วหน้าเรียวขึ้นจริงไหม?
การที่ใบหน้าดูเรียวลงอาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการจัดฟันค่ะ การเปลี่ยนแปลงของรูปหน้ามักเกิดจากการเคลื่อนที่ของฟัน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระดูกโดยตรง เช่น
- ในคนไข้ที่มีฟันยื่นมากๆ เมื่อจัดฟันและดึงฟันหน้ากลับเข้ามา จะทำให้ริมฝีปากยุบลง ส่งผลให้จมูกและคางดูเด่นขึ้น ใบหน้าโดยรวมจึงดูมีมิติและสมส่วนขึ้น
- การถอนฟันกรามน้อยบางซี่ อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณแก้มลดขนาดลงเล็กน้อย ใบหน้าอาจจะดูเพรียวขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจัดฟันไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างกระดูกขากรรไกร ดังนั้นผลลัพธ์เรื่องรูปหน้าจึงไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน
