จัดฟันเซรามิก (Ceramic Braces) คือ รูปแบบหนึ่งของการจัดฟันโดยวัสดุที่ใช้เป็นเซรามิก มีข้อดีคือ วัสดุมีสีเหมือนฟันทำให้มองไม่ค่อยเห็น และมีความทนทานดี วัสดุที่ติดบนผิวด้านหน้าของฟันจะเป็นเซรามิกใส สีเหมือนฟันเรียกว่า Bracket และใช้ยางรัดฟัน (O-ring) สีใสเพื่อยึดลวดโลหะที่ใช้สำหรับปรับทิศทางจัดฟันตามที่ทันตแพทย์ต้องการ
ส่วนประกอบของเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิก (Components of Ceramic Braces)
การจัดฟันเซรามิกจะมีอุปกรณ์ที่ใช้ดังต่อไปนี้
แบร็คเก็ต (Bracket)

แบร็คเก็ต (Bracket) คือวัสดุที่ยึดติดแน่นกับผิวฟันของคนไข้ มีลักษณะเป็นสีใสเหมือนฟัน ทำหน้าที่ส่งผ่านแรงจากลวดมาสู่ฟัน เพื่อให้ฟันเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ อายุการใช้งานขึ้นกับการดูแลรักษา ไม่ควรเคี้ยวอาหารที่แข็งมากเพราะอาจทำให้ Bracket หลุด หาก Bracket หลุดจะทำให้ไม่มีแรงส่งผ่านไปที่ฟันซี่ที่ Bracket นั้นหลุดออก ซึ่งจะส่งผลให้ฟันซี่นั้นไม่ขยับไปตามตำแหน่งที่ต้องการ
ยางรัดฟัน (O-ring)

ยางรัดฟัน (O-ring) คือ วัสดุที่เป็นยางสำหรับยึดลวด (Archwire) มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ การจัดฟันเซรามิกจะใช้ O-ring ที่เป็นยางสีใสเพื่อให้กลมกลืนกับสี Bracket และสีของฟัน ยางรัดฟันนี้ทำหน้าที่ในการยึดให้ลวดติดอยู่กับ Bracket เพื่อให้ลวดส่งผ่านแรงไปเคลื่อนฟันได้
เชนดึงฟัน (Orthodontic Chain)

เชนดึงฟัน (Orthodontic Chain) มีลักษณะคล้าย O-ring ต่อกันหลายๆ อัน คล้ายโซ่พลาสติก หน้าที่ของเชนดึงฟันคือช่วยร่นระยะห่างช่องระหว่างฟัน เชนดึงฟันที่ใช้ในการจัดฟันเซรามิกส่วนมากจะใช้เป็นสีใสเพื่อให้ยากต่อการมองเห็น
ลวดจัดฟัน (Archwire)

ลวดจัดฟันหรือ Archwire คือ เส้นลวดโลหะที่ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนฟัน ลวดจัดฟันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะสอดเข้าไปอยู่ในแต่ละ Bracket ที่ติดอยู่บนฟัน และทำหน้าที่ดึงหรือผลักฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการตามแผนการรักษาจัดฟันของแต่ละบุคคล
ลวดจัดฟันมีหลากหลายประเภท ทั้งในด้านขนาด, รูปทรง, และวัสดุที่ใช้ ในกรณีจัดฟันเซรามิกมักพบ 2 แบบคือ ลวดแกนโลหะเคลือบสารสีเหมือนฟัน และลวดเซรามิกพอลิเมอร์คอมโพสิท
ข้อดี จัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces) (Pros and Cons of Ceramic Braces)
- เซรามิกมีสีที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนเมื่อเทียบกับ Bracket แบบจัดฟันโลหะ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการการจัดฟันที่คนอื่นสังเกตเห็นได้ยาก
- วัสดุเซรามิกมักจะมีความเรียบและโค้งมน ทำให้นุ่มนวลต่อเนื้อเยื่อในปากมากกว่า Bracket โลหะ ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้แพ้โลหะ
- มีเศษอาหารติดน้อยกว่าจัดฟันแบบโลหะ
- เซรามิกทนทานต่อการเปลี่ยนสี ไม่เหมือนกับเบร็กเก็ตพลาสติกหรือรักษาความสวยงามได้นาน.
ข้อเสีย จัดฟันแบบเซรามิก
- เซรามิกนั้นเปราะและมีโอกาสแตกหักง่ายกว่า Bracket โลหะ
- ราคาการจัดฟันแบบเซรามิกสูงกว่าการจัดฟันแบบโลหะ
- ใช้ระยะเวลาในการจัดฟันนานกว่า โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี
การจัดฟันแบบเซรามิก เหมาะกับใคร?
การจัดฟันเซรามิกเหมาะกับผู้ที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็นชัดว่าตนเองกำลังจัดฟัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่าการจัดฟันแบบโลหะ นอกจากนั้นยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้โลหะ และมีความซับซ้อนในการจัดฟันไม่สูงมาก
เปรียบเทียบจัดฟันเซรามิก กับการจัดฟันประเภทอื่น
ตารางเปรียบเทียบการจัดฟัน 4 ประเภท
| จัดฟันเซรามิก | จัดฟันโลหะ | จัดฟันดามอน | จัดฟันใส Invisalign | |
| ความสวยงาม/การมองเห็น | สังเกตเห็นได้ยาก แบร็กเก็ตสีเหมือนฟัน | เห็นเครื่องมือจัดฟันชัดเจน | มีทั้งแบบโลหะและแบบใส | มองเห็นยากมาก |
| ประสิทธิภาพการรักษา | สูง | สูง เหมาะกับทุกปัญหาสุขภาพฟัน | สูง เทคโนโลยีลดแรงเสียดทาน | สูง (ขึ้นอยู่กับวินัยของคนไข้) |
| อาการเจ็บระหว่างจัดฟัน | รู้สึกตึงช่วงปรับเครื่องมือ | รู้สึกตึงช่วงปรับเครื่องมือ | เจ็บน้อยกว่าแบบทั่วไป | รู้สึกตึงช่วงเปลี่ยนชุดเครื่องมือใหม่ |
| การดูแลรักษา | ต้องระวังเศษอาหารติดตามยางจัดฟัน และเครื่องมือจัดฟัน | ต้องระวังเศษอาหารติดตามยางจัดฟัน และเครื่องมือจัดฟัน | ต้องระวังเศษอาหารติดตามบานพับของเครื่องมือจัดฟัน | สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ |
| ข้อจำกัดด้านอาหาร | ควรหลีกเลี่ยงของแข็ง/เหนียว | ควรหลีกเลี่ยงของแข็ง/เหนียว | ควรหลีกเลี่ยงของแข็ง/เหนียว | ไม่มี (ถอดออกก่อนรับประทาน) |
| ระยะเวลาการรักษา (เฉลี่ย) | 1.5 – 3 ปี | 1.5 – 3 ปี | อาจเร็วกว่าแบบทั่วไป | 6 เดือน – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับความยากของเคส) |
| ราคา | ปานกลาง – สูง | ประหยัดที่สุด | สูง | สูงที่สุด |
จัดฟันเซรามิก vs จัดฟันโลหะ
- จัดฟันเซรามิกจะเห็นได้ยากกว่าจัดฟันโลหะชัดเจน
- เครื่องมือจัดฟันเซรามิกจะเปราะกว่าเครื่องมือจัดฟันโลหะ เซรามิกอาจจะแตกหรือบิ่นได้ง่ายกว่าหากรับประทานอาหารที่แข็งเกินไป
- ราคาของการจัดฟันเซรามิกจะสูงกว่าการจัดฟันโลหะ
- ตัวเครื่องมือจัดฟันของเซรามิกจะไม่ติดสี แต่ยางจัดฟันอาจจะติดสีจากอาหารได้ (แต่ก็ต้องมาเปลี่ยนทุกเดือนอยู่แล้ว)
- จัดฟันเซรามิกจึงเหมาะกับวัยทำงาน นักศึกษา หรือคนที่กังวล ไม่อยากให้ใครเห็นว่าจัดฟันอยู่
จัดฟันเซรามิก vs จัดฟันดามอน (Damon)
- จัดฟันเซรามิกจะใช้ยางรัดเพื่อยึดลวดไว้กับแบร็กเก็ต แต่จัดฟันดามอนจะใช้บานพับขนาดเล็กบนตัวแบร็กเก็ตเองแรงเสียดทางจึงน้อยกว่า
- จัดฟันเซรามิกจะปวดๆ ตึงๆ ตอนเปลี่ยนยางจัดฟัน ในขณะที่จัดฟันดามอนจะเจ็บน้อยกว่า
- จัดฟันเซรามิกจะใช้เวลาในการรักษานานกว่า
- จัดฟันเซรามิกจะถูกกว่าจัดฟันดามอน
จัดฟันเซรามิก vs จัดฟันใส (Invisalign)
- จัดฟันเซรามิกจะติดเครื่องมือจัดฟันแน่นบนผิวฟัน คนไข้ไม่สามารถเอาออกเองได้ ในขณะที่จัดฟันใส Invisalign สามารถถอดออกเองได้
- จัดฟันเซรามิกเห็นยากก็จริง แต่จัดฟันใส Invisalign เห็นยากกว่ามาก แทบมองไม่ออกเลยว่าจัดฟันอยู่
- เนื่องจากการจัดฟันใสสามารถถอดเครื่องมือออกได้ จึงทำความสะอาดง่ายกว่าการจัดฟันเซรามิก
- การจัดฟันใสต้องการวินัยของคนไข้ที่สูงมาก เนื่องจากคนไข้สามารถถอดเครื่องมือจัดฟันออกเองได้ หากใส่ไม่ถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน การจัดฟันอาจไม่ค่อยได้ผล
- จัดฟันเซรามิกถูกกว่าจัดฟันใส Invisalign
- หากอยากได้การจัดฟันที่มองไม่ค่อยเห็น แต่มีงบไม่ถึงการจัดฟันใส การจัดฟันเซรามิกก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ขั้นตอนการจัดฟันแบบเซรามิก
ประเมินและวางแผนการรักษา
คนไข้เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบสภาพฟัน และกระดูกขากรรไกรของผู้ป่วย เพื่อประเมินว่าเหมาะสมกับการใช้ bracket เซรามิกหรือไม่ รวมถึงการพูดคุยเพื่อให้คนไข้ได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด เพราะการจัดฟันนั้นใช้เวลานาน 2-3 ปี และในระหว่างนั้นจะต้องมาพบทันตแพทย์เพื่อปรับอุปกรณ์เสมอ จึงควรวางแผนแต่เนิ่นๆ ว่าจะมีการเดินทางมาพบทันตแพทย์ได้หรือไม่ (เช่นบางกรณีคนไข้อาจไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นต้น)
X-ray และพิมพ์แบบจำลองฟัน
หากคนไข้ตกลงตัดสินใจจัดฟันก็จะมีการแจ้งแผนการรักษาคร่าวๆ อาจมีการพิมพ์แบบจำลองฟัน และ X-ray เพื่อตรวจเช็กสภาพฟัน ว่ามีฟันผุ ฟันคุด หรือไม่
เคลียร์ช่องปาก
ทันตแพทย์ทำการเคลียร์ช่องปากของคนไข้ให้เรียบร้อย เช่น การถอนฟัน ขูดหินปูน เพื่อให้เหมาะสมกับการติดตั้ง Bracket ที่จะใช้ในการจัดฟัน
ติดตั้งเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิก
ทันตแพทย์ทำความสะอาดผิวฟันอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าผิวฟันสะอาดและติดตั้ง Bracket ที่ผิวฟัน หลังจากนั้นใช้ลวดจัดฟันยึดเข้ากับ Bracket ด้วย O-ring
ติดตามผล
คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์เป็นระยะเพื่อตรวจสอบและปรับลวดจัดฟัน การปรับนี้เป็นส่วนสำคัญของการรักษา เพื่อให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างถูกต้อง
เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว
เมื่อฟันมีตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว ทันตแพทย์จะทำการถอดเบร็กเก็ตออกจากฟัน และทำความสะอาดพื้นผิวฟัน และมอบรีเทนเนอร์ให้กับคนไข้ เพื่อรักษาตำแหน่งของฟันไว้ให้คงสภาพไม่เคลื่อนกลับที่เดิม
จัดฟันเซรามิก ใช้ระยะเวลาในการจัดฟันเท่าไหร่
โดยเฉลี่ยแล้วระยะเวลาในการจัดฟันเซรามิกอยู่ที่ 2-3 ปี อย่างไรก็ตามระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของคนไข้แต่ละคน เช่น ในกรณีที่มีความซับซ้อนน้อย ฟันเกเล็กน้อย ฟันยื่นเล็กน้อย ฟังห่างไม่มาก จะใช้เวลาน้อยกว่า แต่หากมีการสบฟันที่ผิดปกติ หรือมีความซับซ้อนสูงก็จะใช้เวลามากกว่า
การรักษาจะมีประสิทธิภาพเมื่อคนไข้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น การเข้าพบทันตแพทย์ตามกำหนด, การดูแลสุขอนามัยช่องปาก เป็นต้น
การดูแลช่องปากหลังการจัดฟันแบบเซรามิก
การดูแลช่องปากหลังการจัดฟันแบบเซรามิกเป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพฟันและให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด ขั้นตอนหลักๆ ในการดูแลช่องปากหลังจัดฟันเซรามิกมีดังนี้:
- มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อปรับอุปกรณ์และเปลี่ยน O-ring ให้เหมาะสมตามขั้นตอน ช่วงแรกที่จัดฟันอาจมีอาการปวดเล็กน้อย ถือเป็นเรื่องปกติ พอเวลาผ่านไป 2-3 วันร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้และไม่ปวดตึง
- ทำความสะอาดฟันอย่างละเอียดหลังแต่ละมื้ออาหารและก่อนนอน ใช้แปรงสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่จัดฟัน เพื่อช่วยในการทำความสะอาดรอบๆ บริเวณ bracket และลวดจัดฟัน
- ใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดระหว่างฟันและบริเวณใกล้เคียงกับ bracket เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหาร
- ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและป้องกันฟันผุ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่แข็งมากๆ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์จัดฟัน
- หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีและติดคราบฟันง่าย เช่น ชา กาแฟ ไวน์ เพราะจะทำให้เห็นเครื่องมือจัดฟันง่ายขึ้น
- หลังจากการจัดฟันเซรามิกเสร็จสิ้น ใช้รีเทนเนอร์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำเพื่อรักษาตำแหน่งของฟันให้คงที่
ราคาจัดฟันเซรามิก
ราคาจัดฟันเซรามิก มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องดังนี้
| รายละเอียด | ราคา (บาท) | หมายเหตุ |
| พิมพ์ปาก | 1000 | |
| X-ray | 800 | |
| อุดฟัน | ด้านละ 500 (ฟัน 1 ซี่มี 5 ด้าน) | เคลียร์ช่องปาก |
| ถอนฟัน | เริ่มต้น 500 | เคลียร์ช่องปาก |
| ขูดหินปูน | 900 | เคลียร์ช่องปาก |
| ผ่าฟันคุด | 1500-3600 | เคลียร์ช่องปาก |
| ติดเครื่องมือจัดฟันเซรามิก | 15000 x 2 (บน-ล่าง) | |
| ชำระต่อจนจัดฟันเสร็จ | 2000 x 20 = 40000 | |
| รีเทนเนอร์ | 2000 x 2 = 4000 |
หมายเหตุ กรุณาสอบถามราคากับทันตแพทย์อีกครั้ง
กรณีที่คนไข้ไม่ได้ทำรายการไหน ก็ไม่คิดค่าใช้จ่ายรายการนั้น เช่น ไม่ได้มีการขูดหินปูน หรือเป็นการจัดฟันบนอย่างเดียวเพราะฟันล่างสวยแล้ว ก็จะไม่คิดรายการขูดหินปูนและไม่คิดค่าเครื่องมือจัดฟันล่าง เป็นต้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดฟันเซรามิก (FAQ)
แบร็กเก็ตเซรามิกจะติดสีหรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไหม ?
ตัววัสดุ แบร็กเก็ตเซรามิก (Bracket) เองนั้นมีความทนทานต่อการติดสีสูงมากและจะไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส่วนที่อาจติดสีจากอาหารและเครื่องดื่มได้คือ ยางจัดฟัน (O-ring) ที่เป็นสีใส ซึ่งจะสัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่มโดยตรง เช่น ชา กาแฟ หรือพวกแกงต่างๆ อย่างไรก็ตาม คนไข้ต้องมาเปลี่ยนยางจัดฟันทุกเดือนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลนัก หรือหากอยากให้สีติดยางน้อยๆ ก็ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ หลังทานอาหารทันที เพื่อชะล้างคราบสีออกไปบางส่วน
จัดฟันเซรามิกเจ็บกว่าแบบโลหะหรือไม่ ?
ไม่แตกต่างกัน เนื่องจากกลไกการส่งแรงจากลวดจัดฟันเพื่อเคลื่อนฟันนั้นส่งผ่านยางจัดฟันเช่นเดียวกันทั้งสองแบบ
ถ้าแบร็กเก็ตเซรามิกแตกต้องทำอย่างไร ?
แบร็กเก็ตเซรามิกนั้นแข็งแต่เปราะ หากแตกหักหรือหลุดให้ทำดังนี้
- เก็บชิ้นส่วนที่แตกหักมาให้ทันตแพทย์ดู แต่หากเก็บไม่ได้หรือหายก็ไม่เป็นไร
- ติดต่อคลินิกเพื่อเข้ามาติดเครื่องมือใหม่ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเพราะจะทำให้จัดฟันเสร็จช้า
- หากแบร็กเก็ตแตกแล้วขูดปาก ให้ใช้ขี้ผึ้งสำหรับจัดฟัน (Orthodontic Wax) ที่ได้รับจากคลินิกมาป้ายคลุมส่วนที่แบร็กเก็ตแตกไว้ก่อนได้
อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับการจัดฟันเซรามิก ?
จัดฟันเซรามิกนั้นสามารถจัดได้ทุกช่วงอายุ แต่จะนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และมีความรับผิดชอบในการดูแลเครื่องมือที่บอบบางได้ดี
