รวมอาการปวดฟัน พร้อมวิธีแก้ปวดฟันแบบเร่งด่วนด้วยตัวเอง

ปวดฟัน เป็นอาการที่หลายคนเคยประสบพบเจอและอาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่สบายได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน การพูด หรือแม้กระทั่งการนอนหลับ อาการปวดฟันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยเช่น ฟันผุ ไปจนถึงปัญหาที่รุนแรงเช่น การติดเชื้อในรากฟัน หรือโรคเหงือก บ่อยครั้งที่อาการปวดฟันไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่อาจมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น เหงือกบวม หน้าบวม หรือแม้แต่อาการปวดร้าวไปถึงหู ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ต้องการการดูแลและการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

การเข้าใจสาเหตุ อาการ และวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นสามารถช่วยให้ผู้ที่ประสบปัญหาสามารถจัดการกับอาการปวดฟันได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ว่าเมื่อใดควรไปพบทันตแพทย์ เนื่องจากบางครั้งอาการปวดฟันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรง ซึ่งต้องการการรักษาที่เฉพาะเจาะจง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์แย่ลง ในบทความนี้ เราจะสำรวจอาการปวดฟันที่พบบ่อย สาเหตุที่อาจนำไปสู่อาการเหล่านี้ และแนะนำวิธีการรักษาเบื้องต้น เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพช่องปากของคุณได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงในอนาคต

5 วิธีแก้ปวดฟันเร่งด่วนด้วยตัวเอง

  • อมน้ำเกลืออุ่นๆ เพราะมีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอ่อนๆ และช่วยดึงน้ำออกจากเนื้่อเยื่อที่บวม จึงลดการอักเสบและระคายเคืองของเหงือกได้ เพียงผสมเกลือป่นประมาณครึ่งช้อนชา ลงในน้ำอุ่น 1 แก้ว คนให้ละลายแล้วนำมากลั้วปากประมาณ 30 วินาที – 1 นาที แล้วบ้วนทิ้ง
  • ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ปวดฟัน เช่น ของเย็นจัด (น้ำแข็ง ไอศกรีม) ร้อนจัด (ชา กาแฟ ซุปร้อนๆ) อาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด หวานจัด
  • รับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ไม่ต้องออกแรงใช้ฟันเคี้ยวมาก ถ้ามีเศษอาหารติดฟัน ให้แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันเอาออก
  • ประคบเย็น เพื่อลดอาการบวม เพราะความเย็นทำให้เลือดหดตัว ลดการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณที่อักเสบ ช่วยให้รู้สึกชาตรงที่ปวดฟันได้ โดยการนำน้ำแข็งห่อด้วยผ้าแล้วประคบตรงที่ปวดฟัน ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วพัก
  • ใช้สมุนไพรกานพลู เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน เนื่องจากกานพลูมีสารยูจีนอลซึ่งเป็นยาชาตามธรรมชาติและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ทำได้โดยการหยดน้ำมันกานพลูลงบนสำลีแล้วอุดที่รูฟัน หรือเคี้ยวดอกการพลูแห้งไว้ที่บริเวณฟันที่ปวด

ปวดฟันตอนกลางคืน นอนไม่หลับ ทำอย่างไร

สาเหตุที่ทำให้ปวดฟันตอนนอนก็เพราะแรงดันในเลือด เมื่อเรานอนราบเลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะมากขึ้น ทำให้แรงดันในฟันที่กำลังอักเสบอยู่สูงขึ้นด้วย วิธีบรรเทาอาการมีดังนี้:

  • ปรับท่านอนให้หัวสูงขึ้น เพื่อลดแรงดันที่ไหลเวียนมาที่ฟัน
  • ทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล (กินซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ห้ามเกิน 4000 mg ต่อวัน และห้ามกินติดต่อกันเกิน 5 วัน) หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (ทานตามคำแนะนำของเภสัชกรเท่านั้น) เพื่อลดอาการปวด
  • หลีกเลี่ยงอาหาร ร้อนจัด/เย็นจัด/หวานจัด ก่อนเข้านอน

เช็คอาการ ปวดแบบไหน เป็นอะไร

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ ระดับความเร่งด่วน การรักษา
เสียวฟันจี๊ดๆ เวลาดื่มน้ำเย็น ทานของหวาน หรือของร้อน พอกลืนแล้วหายไปเอง ฟันผุระยะแรก หรือ คอฟันสึก สามารถนัดหมายตามเวลาปกติได้ แต่ไม่ควรปล่อยไว้นาน อุดฟัน
ปวดตุบๆ ต่อเนื่อง ปวดมากตอนกลางคืน นอนไม่หลับ กินยาแก้ปวดแล้วอาการดีขึ้นชั่วคราว โพรงประสาทฟันอักเสบ หรือ ฟันผุทะลุโพรงประสาท ด่วน ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่เช่นนั้นจะปวดจนทนไม่ไหว รักษารากฟัน
ปวดตึง + เหงือกบวมแดง ปวดบริเวณฟันกรามซี่ในสุด อ้าปากกว้างแล้วเจ็บ หรือมีกลิ่นปากรุนแรง ฟันคุดอักเสบ หรือ เหงือกอักเสบรอบฟันคุด (Pericoronitis) ด่วน ควรรีบรักษาเพื่อลดการอักเสบ ก่อนจะบวมจนอ้าปากลำบาก ผ่าฟันคุด / ถอนฟันคุด
ปวดฟัน + แก้มบวม มีไข้ต่ำๆ กดเจ็บที่เหงือก หรือมีตุ่มหนองขึ้น ฝีปลายรากฟัน มีการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อ อันตราย ต้องรีบไปพบทันตแพทย์  เพื่อระบายหนองและรับยาฆ่าเชื้อ ระบายหนอง / รักษาราก / ถอนฟัน
เจ็บแปล๊บๆ เวลาเคี้ยว เจ็บเฉพาะตอนเคี้ยวอาหาร หรือปล่อยฟันจากอาหาร ฟันร้าว / ฟันแตก ควรทำนัดหมายทันที หากทิ้งไว้ฟันจะแตกมากขึ้น จนอาจต้องถอนฟันจากแบคทีเรียเข้าไปตามรอยแยก ครอบฟัน / รักษารากฟัน

หมายเหตุ สามารถตรวจสอบค่ารักษาพยาบาลได้ที่ https://www.mosdentalclinic.com/อัตราค่ารักษาพยาบาล/

ปวดฟันเกิดจากอะไร

ปวดฟัน สาเหตุจากอะไร

ปวดฟันเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาในช่องปากหรือสภาพอื่นๆ ที่มีผลต่อระบบประสาท สาเหตุหลักๆ ของอาการปวดฟัน ได้แก่:

  • ฟันผุ: เกิดจากการที่แบคทีเรียในช่องปากสร้างกรดที่ทำลายเคลือบฟัน ส่งผลให้เกิดโพรงหรือรูในฟัน ซึ่งเมื่อโพรงเหล่านี้ลึกลงไปถึงชั้นเนื้อฟัน จะทำให้เกิดอาการปวด หากเป็นมากก็จะนำไปสู่การติดเชื้อที่โพรงประสาทฟันหรือลงไปยังรากฟัน ส่งผลให้เป็นหนองที่ปลายรากฟัน ทำให้ปวดมากขึ้นไปอีก
  • โรคเหงือก: เช่น โรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ซึ่งเกิดจากการสะสมของคราบพลัคและหินปูน ทำให้เหงือกอักเสบ บวม
  • ฟันคุด: ฟันที่ไม่สามารถงอกออกมาได้อย่างสมบูรณ์หรืองอกผิดที่ สามารถทำให้เกิดการอักเสบและปวดได้
  • การนอนกัดฟัน: การนอนกัดฟันโดยเฉพาะในตอนกลางคืนโดยไม่รู้ตัว อาจทำให้ฟันร้าว แตกและเกิดอาการปวด
  • การแตกหรือหักของฟัน: ฟันแตกหรือหักจากการบาดเจ็บอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดได้
  • การทำฟันหรือการรักษาฟัน: ในบางครั้งหลังจากการรักษาฟัน เช่น การอุดฟัน การถอนฟัน หรือการรักษารากฟัน อาจทำให้เกิดอาการปวดชั่วคราวได้เช่นกัน

การจัดการกับปัญหาปวดฟันนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ การรักษาอาจรวมถึงการใช้ยา การทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธี การเติมฟัน การรักษารากฟัน หรือการถอนฟัน ในกรณีที่เจ็บปวดมากหรือมีอาการที่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ต่อไปนี้เป็นอาการปวดฟันแบบต่างๆ รวมถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข

ปวดฟันคุด

อาการ

  • ปวดรุนแรงบริเวณที่ฟันคุดพยายามงอกขึ้นมา อาจจะเริ่มจากความรู้สึกไม่สบายบริเวณที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจจะค่อยๆ ปวดฟันคุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปวดอย่างรุนแรงได้
  • เหงือกบวมและแดงรอบๆ ฟันคุด บ่งบอกถึงอาการอักเสบ บางครั้งอาจมีการสะสมของอาหารหรือแบคทีเรียที่บริเวณนั้นทำให้เกิดการติดเชื้อ
  • อาการปวดอาจไม่อยู่แค่บริเวณฟันคุด แต่อาจร้าวไปยังบริเวณรอบๆ เช่น หู คอ หรือกราม ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและการอักเสบของฟันคุด

สาเหตุ

  • เกิดจากฟันคุดที่งอกขึ้นมาไม่สมบูรณ์หรือมีตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ฟันคุดขึ้นเอียงหรือนอนตัว ทำให้ไปเบียดฟันข้างๆ จนเกิดการปวด
  • เหงือกบริเวณฟันคุดอาจเกิดอาการอักเสบและบวม โดยเกิดจากการสะสมของอาหารหรือแบคทีเรีย

วิธีแก้ปัญหา

  • ใช้ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) 400-600 มิลลิกรัมทุกๆ 6-8 ชั่วโมง แต่ไม่ควรเกิน 2400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) 500-1000 มิลลิกรัมทุกๆ 4-6 ชั่วโมงแต่ไม่เกินวันละ 4000 มิลลิกรัม
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเพื่อลดการอักเสบ โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว (ประมาณ 240 มิลลิลิตร) แล้วคนให้เข้ากัน แล้วใช้บ้วนปาก โดยกลั้วปากครั้งละอย่างน้อย 30 วินาที ทำวันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังทานอาหาร เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • ในบางกรณีอาจต้องผ่าตัดเอาฟันคุดออก

ปวดฟัน เหงือกบวม

ปวดฟัน เหงือกบวมและมีหนอง

อาการ

  • เหงือกบวมและแดงรอบๆ ฟันที่ปวด อาการนี้บ่งบอกถึงการอักเสบซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ หรือสาเหตุอื่นที่ทำให้เนื้อเยื่อรอบฟันอักเสบ
  • อาจมีการสะสมของหนองหรือเหงือกเป็นหนอง มีหนองไหลออกมาได้

สาเหตุ

  • มีการติดเชื้อที่เหงือกหรือรากฟัน จากการดูแลช่องปากไม่ดี
  • ฟันผุหรือมีการสะสมของแบคทีเรีย

วิธีแก้ปัญหา

  • การใช้ยาปฏิชีวนะภายใต้คำสั่งของแพทย์ ใช้ในกรณีที่มีการติดเชื้อ
  • การทำความสะอาดฟันและเหงือกอย่างถูกวิธี แปรงฟันวันละอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที รวมถึงการใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
  • ในกรณีที่ฟันผุหรือเหงือกอักเสบรุนแรง ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ถอนฟันหรือทำการรักษารากฟัน เพื่อกำจัดแหล่งที่มาของการติดเชื้อและป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต

ปวดฟันกราม

ปวดฟันกราม อาการ วิธีรักษา

อาการ

  • ปวดฟันกรามอย่างรุนแรง ปวดเมื่อเคี้ยวตอนทานอาหาร ทำให้ทานอาหารไม่อร่อย
  • อาจมีความรู้สึกไม่สบายในบริเวณกราม และอาจขยายไปยังบริเวณอื่นๆ ของหน้าและศีรษะ

สาเหตุ

  • เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟันผุ ฟันคุด หรือการติดเชื้อในเหงือก ทำให้เกิดอาการปวด
  • การเคี้ยวอาหารที่แข็งเกินไป

วิธีแก้ปัญหา

  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่เคี้ยวยาก เปลี่ยนอาหารให้นุ่มลง ง่ายต่อการบดเคี้ยวเพื่อลดความเจ็บปวด
  • ใช้ยาแก้ปวดฟันและยาลดอักเสบตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  • ไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา เช่น การอุดฟัน ถอนฟัน การรักษารากฟัน ตามระดับความรุนแรงของโรค

ปวดฟัน เหงือกบวม หน้าบวม

อาการปวดฟันที่มาพร้อมกับเหงือกและหน้าบวมเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่รุนแรงในบริเวณช่องปาก ซึ่งต้องการการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อและปัญหาสุขภาพเพิ่มเติม

อาการ

  • บวมและแดงรุนแรงที่เหงือกและบริเวณหน้า
  • อาจมีไข้และความรู้สึกไม่สบายทั่วไป หากมีไข้แปลว่ามีการติดเชื้อในร่างกาย รวมถึงอาจมีความไม่สบายตัวทั่วไปเช่น มีความอ่อนเพลียร่วมด้วย

สาเหตุ

  • มีการติดเชื้อรุนแรงที่เหงือกหรือรากฟัน โดยมากมักเกิดจากฟันผุที่ไม่ได้รับการรักษา หรืออาจเกิดจากฟันคุดที่อักเสบ หรือโรคเหงือก ซึ่งแบคทีเรียสามารถกระจายลงไปในเนื้อเยื่อรอบๆ รากฟันทำให้เกิดหนองที่ทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบรุนแรง

วิธีแก้ปัญหา

  • รีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา
  • การให้ยาปฏิชีวนะโดยทันตแพทย์และการรักษาโดยตรงที่รากฟันหรือเหงือก

ปวดฟันไปถึงหู

อาการ

  • ปวดที่ฟันและร้าวไปถึงหู เจ็บที่ทั้งบริเวณฟันและหู
  • อาจรู้สึกเหมือนมีการอักเสบหรือการติดเชื้อในบริเวณหู

สาเหตุ

  • การอักเสบหรือการติดเชื้อที่ฟันหรือเหงือกสามารถกระตุ้นเส้นประสาทที่เชื่อมต่อบริเวณหู ทำให้เกิดความรู้สึกปวดไปถึงหูด้วย

วิธีแก้ปัญหา

  • ใช้ยาแก้ปวดและยาลดอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวด
  • ไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาสาเหตุของอาการปวด เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม โดยการรักษาอาจมีการรักษาฟันผุ รักษารากฟัน หรือถอนฟันที่ติดเชื้อออก

ปวดฟัน ปวดหัว

ปวดฟันปวดหัว อาการ สาเหตุและวิธีรักษา

อาการ

  • ความเจ็บปวดที่ฟันที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัว
  • อาการปวดอาจรุนแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวหรือกระทบกับฟันบริเวณที่ปวด

สาเหตุ

  • ฟันและกล้ามเนื้อบริเวณ ข้อต่อกรรไกร กล้ามเนื้อบดเคี้ยว มีความสัมพันธ์กัน มีส่วนชักนำให้ปวดหัวได้
  • ความเครียดจากอาการปวดฟัน หรือการกระจายของความเจ็บปวดไปยังบริเวณอื่นๆ
  • นอนกัดฟัน
  • การอักเสบหรือการติดเชื้อของไซนัสอาจก่อให้เกิดความดันและปวดในบริเวณศีรษะและฟันได้

วิธีแก้ปัญหา

  • ใช้ยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน ตามคำแนะนำของแพทย์
  • พักผ่อนและจัดการกับความเครียด
  • การรักษาทางทันตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาฟันที่เป็นสาเหตุของอาการปวด

ปวดฟัน กินยาอะไร กินยังไง

การป้องกันและรักษาอาการปวดฟันเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการรับประทานยาตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือทันตแพทย์ ยาที่ใช้ในการลดอาการปวดฟันสามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภทหลัก:

ยาแก้ปวด: ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

  • พาราเซตามอล: ในกรณีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ใหญ่สามารถใช้ยาพาราเซตามอล 500 mg ครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการปวด ไม่ควรทานเกินวันละ 4000 mg
  • ไอบูโพรเฟน: สำหรับอาการปวดระดับปานกลาง แนะนำไอบูโพรเฟน 400 mg วันละ 3 ครั้ง ควรรับประทานหลังอาหารเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ไม่ควรทานเกินวันละ 3200 mg

ยาต้านเชื้อแบคทีเรียหรือยาแก้อักเสบ: ใช้ในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีอาการเหงือกบวมร่วมด้วย

  • อะมอกซิซิลลิน (Amoxicillin): ครั้งละ 1-2 เม็ด 3 เวลาต่อวัน ควรใช้ยาต่อเนื่องกัน 5 วันขึ้นไป ผู้ใหญ่มักจะได้รับการแนะนำให้รับประทาน 500 mg ทุก 8 ชั่วโมง หรือ 875 mg ทุก 12 ชั่วโมง ไม่ควรรับประทานเกิน 3000 mg ต่อวัน ไม่ควรซื้อรับประทานเองควรได้รับการสั่งยาจากทันตแพทย์ก่อน

ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole): ใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจน (anaerobic bacteria)

  • เมโทรนิดาโซล: 200-250 mg ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ความถี่และขนาดของยาควรตามคำแนะนำของแพทย์และไม่ควรเกินขนาดที่แพทย์กำหนด

การเลือกใช้ยาสำหรับอาการปวดฟันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและควรได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรหรือทันตแพทย์ก่อนการใช้ยา ทุกกรณีควรรับประทานยาหลังอาหารเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารและควรปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้ยาอย่างเคร่งครัด หากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดฟัน (FAQ)

ปวดฟันอยู่ ถอนฟันได้ไหม?

ถ้าเป็นอาการปวดจากฟันผุธรรมดาสามารถถอนได้ แต่ถ้ามีอาการเหงือกบวมแดง หรือเป็นหนอง จะยังไม่ถอนให้ทันทีเพราะยาชาจะออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ และเสี่ยงติดเชื้อลุกลาม จะต้องทานยาฆ่าเชื้อที่ทันตแพทย์จ่ายให้ให้หมดก่อน แล้วจึงนัดกลับมาถอนฟัน

ปวดฟันกี่วันหาย?

หากเป็นอาการปวดจากฟันผุหรือรากฟันอักเสบ จะไม่สามารถหายเองได้ ต้องทำการอุดฟันหรือรักษารากฟันเท่านั้น หากปวดๆ แล้วจู่ๆ อาการปวดหายไปเอง มีโอกาสสูงที่จะแปลว่าเส้นประสาทฟันตายแล้ว ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายกว่าเดิม (เพราะเชื้อโรคจะลุกลามได้ แล้วการปวดจะกลับมาอีกครั้งแบบปวดมากๆ)

ยาแก้ปวดฟัน ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

หากปวดทั่วไปแนะนำ พาราเซตามอล (Paracetamol) แต่หากปวดรุนแรงหรือมีอาการบวมร่วมด้วย ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ โกเฟน (Gofen) จะระงับความปวดได้ดีกว่ามาก ข้อควรระวังคือ ยาในกลุ่ม NSAIDs ต้องทานหลังอาหารทันทีและห้ามทานในผู้ที่แพ้ยาแอสไพริน ต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา

รากฟันเทียม กับ รักษารากฟัน แบบไหนดีกว่ากัน?

หากเนื้อฟันยังเหลืออยู่มักจะแนะนำให้รักษารากฟัน เพราะคนไข้จะได้ฟันตามธรรมชาติไว้ใช้งานต่อ แต่หากฟันผุเสียหายหนักจนไม่สามารถบูรณะได้ การถอนแล้วทำฟันปลอมอย่างรากฟันเทียม จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและมีความแข็งแรงใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด

ใช้สิทธิ์ประกันสังคม ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ได้ไหม?

ได้ ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิ์ทันตกรรมประกันสังคม ไม่ต้องสำรองจ่าย 900 บาทต่อปี ที่ MOS Dental Clinic ได้ ครอบคลุมทั้งการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด หากค่ารักษาเกินวงเงิน สามารถชำระส่วนต่างเพิ่มเองได้

 

บทความนี้ตรวจสอบโดย Reviewed by

Adisorn Hanworawong

ทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Master in Implant Dentistry (gIDE/UCLA CA. USA.)
วท.ม. สาขาวิทยาการแพทย์ (วิศวกรรมเนื้อเยื่อ)
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประกาศนียบัตร อบรมหลักสูตรจัดฟัน Fellowship of Indian Academy of Orthodontics
Invisalign Cert., Invisalign provider

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้เหล่านี้มีไว้เพื่อช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปวิเคราะห์และใช้ในการพัฒนาปรับปรุงเนื้อหา บริการ และการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับคุณ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกและจะถูกเก็บเป็นความลับ

บันทึกการตั้งค่า